เคยมีคนถามคุณไหมว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร?
แล้วตอนนั้นคุณตอบว่าอะไร?
ผมเองก็จำไม่ได้ว่าตอนเด็กๆอยากเป็นอะไร ว่าไปแล้วผมไม่เคยคิดถึงอนาคตเลยด้วยซ้ำ
สมัยอยู่อนุบาล ผมก็เอาแต่เล่นไปวันๆ
สมัยประถมผมก็เล่นๆไปวันอ่านหนังสือก่อนสอบเท่านั้น
สมัยมัธยมผมก็เล่นๆไปวันๆ อ่านหนังสือก่อนสอบ
ตอนมธยมปลายก็ไปเรียนพิเศษตามชาวบ้าน เพราะแม่บอกให้เรียนเราก็เรียน ก็โดดไปเล่นเค้าเต้อบ้าง เล่นเกมบ้าง ดูหนังบ้าง ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องเอนทรานซ์หรือสอบเข้าอะไร ผมไม่เคยมีอยู่ในหัว
ผมเลือกวิทยาศาสตร์ก็แค่ผมชอบเกม bio hazard หรือ resident evil มันก็เท่านั้นเอง
ผมก็สอบติดปริญญาตรีมาได้โดยบังเอิญโดยที่ผมไม่ได้ซีเรียสอะไรกับมันเลย เฉยๆ
ผมจึงเรียนมันไปเรื่อยๆตกๆหล่นๆบ้างก็มีแต่ก็จบมาได้ และก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ด้วยเรื่องอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเรียนเลยซักนิด
วันนี้ ผมถามตัวเองว่า
"กูเรียนปริญญาโททำไมวะ?"
ผมลองนึกย้อนดู เรียนจบมาผมก้ทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัย เงินไม่แยะเท่าไหร่ ได้แค่เดือนละหมื่นถ้วน แต่งานสบายมากๆ แบบไม่จำเป็นต้องไปทำงานตรงเวลาก็ได้ โดดงานก็ได้ ขอแค่ทำงานที่มอบหมายมาเสร็จส่งได้ก็พอ
มันก็ฟังดูดี ทำไมผมถึงเลิกทำหนอ
อาจเป็นเพราะผมละโมบอยากได้เงินเยอะๆ เลยคิดว่าถ้าเราเรียนต่อให้สูงกว่านี้อีกซักระดับอาจจะได้เงินเดือนที่มากกว่านี้
อาจเป็นเพราะผมรู้สึกถึงความว่างเปล่า เบื่อหน่าย ไม่พัฒนา
ผมอยากพัฒนา ผมอยากเก่ง อยากให้สังคมยอมรับ อยากเท่กระมั้ง
ผมก็เลยเรียนต่อ
อาจเป็นเพราะวิทยาศาสตร์อะไรมันก็ดูน่าสนใจดี สำหรับเรื่องที่ผมสนใจก็เป็น เซลล์ ไวรัส เชื้อโรคอันรายทั้งหลาย แต่ก็คงเป็นเพราะเกม หรือหนังมากกว่า
ผมอาจจะไม่ได้ชอบหรืออยากทำมันจริงๆ
เพราะเมื่อเรียนต่อแล้ว ผมไม่มีความสุขเลย
ทุกข์มากๆ
ใช่ คนเรามันต้องมีความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา แต่เราเลือกมาเรียนต่อเอง
ความทุกข์นี้มันสมควรได้รับแน่หรือ?
แล้วคำถามก็ผุดมาว่าเรียนต่อทำไม
มันจำเป็นมากขนาดนั้นหรือ ขนาดที่เราต้องทนทุกข์กับมัน
ทุกข์เพื่อแลกมาซึ่งใบปริญญาบัตร ซึ่งอาจเอาไปแลกหน้าที่การงานที่ดีขึ้นได้
มันคุ้มกันหรือ? กับเวลาที่เสียไป
เราแก่ลงทุกวัน เรานับถอยหลังเข้าสู่วันตาย
มันคุ้มกับชีวิตที่เหลืออยู่หรือ
สมมติว่าคนเราอยู่ได้แค่50ปี ตอนนี้ก็มาครึ่งทางแล้ว
หลังสามสิบก็คงแก่เหนียกแล้ว
มันคุ้มแล้วหรือที่เราต้องมาทำอะไรพวกนี้
ผมรู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่า
เพื่อนหลายคนของผมก็ทำงานแล้ว หลายคนก็ดูมีชีวิตที่ดี มีเงินเดือนที่มากพอ
ทั้งๆที่จบแค่ปริญญาตรีไม่ต้องต่อโท
ระหว่างที่ผมต่อโทอาจใช้เวลา3-4ปี ถึงเวลานั้นเงินเดือนผมจะเริ่มที่เท่าไหร่ สองหมื่นได้ไหม?
ในขณะที่คนที่ทำงานไปแล้ว3-4ปี เงินเดือนมันจะอยู่ที่เท่าไหร่ เกินสองหมื่นไหม?
ทำงานต่อไปเงินเดือนใครมันจะมากกว่ากัน
นี่เราพยายามแค่หาเงินให้ได้มากๆแค่นั้นเองหนะหรือ
เราไม่ได้พยายามมีความสุขหรือใช่ชีวิตให้มันคุ้มค่าหรอกหรือ
หรือว่าการมีเงินมากมันจะแลกมาซึ่งความสุขได้
มันกห็อาจจะจริง มันมีหลายสิ่งที่ผมอยากได้ และมันต้องแลกมาด้วยเงินจำนวนมาก
แต่ในความเป็นจริง มันก็มีความสุขอีกหลายอย่างที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะขนาดนั้น
ผมมองชายวัยกลางคนอุ้มลูกเดินเล่นกันอย่างมีความสุขพร้อมกับภรรยา
สิ่งที่ผมเห็นมันก็คือความสุขใช่ไหม ไอ้อย่างนั้นมันจะเกี่ยวกับเงินและวัตถุไหมนะ
ความสุขที่คนเราควรจะเข้าถึงมันคืออะไร ผมเองก็ไม่รู้
แต่ผมอยากมีความสุข ไม่อยากมีความทุกข์โดยไม่จำเป็น
ผมเรียนมา2ปีแล้ว แต่ผมอยากลาออก
เพราะผมไม่มีความสุข แล้วก็ไม่รู้จะเรียนไปทำไม ผมไม่รู้จริงๆ
ผมแค่สนใจ ผมไม่ได้มีใจรักมัน แค่สนใจอ่านหนังสือหรืออ่านในอินเตอเนทก็พอแล้ว เหมือนเราสนใจหนัง เกม หรือการ์ตูน หรือเรื่องอื่นๆเราก็แค่หาข้อมูล
ผมรู้ว่าผมไม่อยากทำมันเป็นอาชีพ ผมคงทำไม่ได้
ผมไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้
เพราะผมไม่ขยัน
ผมไม่สามารถทำงานอาทิตย์ละ6วัน วันละ10ชั่วโมงได้ ถ้าผมไม่มีใจรัก หรือสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่า
ผมเหนื่อย ผมไม่ไหว ผมอ่อนแอ
ทั้งกายและใจ
บางทีผมอาจจะเป็นแค่คนขี้เกียจหรือไม่อดทนก็เป็นได้
หากผมเลิกเรียนไปตอนนี้ผมจะทำอะไร
ผมไม่รู้
ทำสื่อมั้ง
ผมดูหนัง ผมก็อยากทำหนัง อยากกำกับ อยากเขียนบทบ้าง
ผมดูมิวสิควีดีโอ ผมก็อยากทำบ้าง
หนังสือผมก็อยากเขียน เพราะผมคิดว่าผมคงเขียนได้ดีไม่แพ้ใครหลายคนที่เขียนหนังสือออกมาขาย
ร้านขายเกม ร้านวีดีโอ ร้านเช้าหนังสือผมก็อยากทำ
บางทีผมอาจจะเห็นคนอื่นทำได้ดี ทำได้ไม่ดีและคิดว่าตัวเองดีกว่าก็เลยอยากทำบ้าง
บางทีผมอาจจะไม่ได้อยากทำมันจริงๆ
แค่ตามๆชาวบ้านเค้าไป
อย่างนึงที่คิดขึ้นมาได้เองก็คืออยากเป็นครู
อยากเป็นคนที่สอนรุ่นน้องเราลงไปให้มีความรู้
แบบที่ไม่ใช่ในตำราแบบที่ผมเรียนมา
อยากจะสอนว่าคนเรามันไม่จำเป็นต้อง
เกิดมา เรียนๆๆๆจบมาทำงานแต่งงานมีลูกแล้วตาย
ผมอยากสอนอย่างอื่นไปพร้อมๆกันด้วย
ผมอยากทำให้สังคมมันดีขึ้น
เพราะผมคิดว่าครูทำให้สังคมดีขึ้นได้ เพราะเค้าอยู่กับคนที่จะโต กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ เป็นบุคลากรที่มีพลังเต็มเปี่ยมพร้อมที่จะทำอะไรก็ได้ที่ใจเค้าอยากทำ
เพราะผมไม่ชอบชีวิตที่เป็นอยู่ของผม ผมไม่อยากถูกบังคับ
ไม่อยากมีความกลัว เพราะเราถูกสอนมาให้อยู่ใต้การปกครองเสมอ
เพราะผมอยากมีอิสระ อยากทำอะไรก็ได้ที่ผมอยากทำ ที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือนร้อนหรือเป็นทุกข์
ผมก็แค่อยากยัดเยียดอิสระภาพแบบผมให้คนรุ่นต่อไป
ไม่ได้บังคับให้เค้าคิดแบบผม แค่อยากบอกให้เค้ารู้ว่า โลกนี้ยังมีทางอื่น
ชีวิตที่แท้จริงมันต้องมีหนทางอื่นๆ
ไม่จำเป็นต้องทำงานให้รวยล้ำค้ำฟ้าเสมอไป ไม่จำเป็นต้องเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อให้ตนเองดีกว่าและอยู่รอดได้ในขณะที่ปล่อยให้คนอื่นๆตายไป
มันต้องมีทางให้คนเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขอยู่บ้าง
แม้มันจะดูฝันเฟื่อง แม้ในความเป็นจริงที่ผมเห็นในปัจจุบันมันไม่ใช่แบบที่ผมคิดเลย
แต่ผมก็ยังคงฝัน และคิดไว้บ้างเหมือนกันว่าอยากจะทำ
ซึ่งผมอาจจะไม่ชอบก็ได้
อาจเป็นเพราะเงินเดือนที่น้อยมากไม่พอกิน ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมครูคนที่เป็นคนสร้างบุคคลที่เป็นอนาคตและกำลังของชาติถึงได้เงินเดือนน้อยนัก ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่เรียนพิเศษมันถึงเยอะนัก ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ เด็ก และ สภาพสังคมมันถึงเป็นแบบนี้
ผมอาจไม่อยากเป็นครูก็ได้ ถ้าผมได้ลองไปสอนจริงๆ
นอกจากครูแล้วก็ยังมีอาชีพอิสระอื่นๆอีกมากมายที่ผมอยากทำ
ผมมีอะไรที่อยากทำมากมายนักในชีวิตนี้
ก็ได้แค่คิด แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำเพราะผมไม่มีความกล้าพอ
ผมกลัว
กลัวความไม่แน่นอน กลัวว่าจะไม่มีงานทำไม่มีจะกินดูแลพ่อแม่ไม่ได้ ไม่มีความมั่นคง ไปขอสาวแต่งงานไม่ได้เพราะพ่อแม่เค้าคงไม่ยอม ผมกลัวไม่มีเิงินไปแลกของที่ผมอยากได้
ทั้งๆที่โลกใบนี้มันไม่มีความแน่นอนอยู่แล้ว เราจะตายตอนไหนก็ไม่รู้
อนาคตจะเป็นเช่นไรก็ไม่รู้ เรียนสูงไปอาจจะไม่มีความหมายก็ได้
คนเราเกิดมาไม่ว่าจะอย่างไรอยากดีมีจนมันก็ตายเหมือนกัน
จะช้าจะเร็วจะทรมานหรือไม่จุดหมายมันก็อยู่ที่เดียวกันคือตาย
ต่างกันแค่ตอนอยู่ ว่าอยู่อย่างไร มีความสุขหรือมีความทุกข์
ได้ทำในสิ่งที่ใจปรารถนาหรือไม่
จะตายเพื่อได้ทำในสิ่งที่ต้องการ หรือแค่อยู่ไปวันๆรอความตาย
ทั้งๆที่รู้ ผมก็ยังไม่กล้า
อีกอย่างที่ผมกลัวคือความผิดหวังของพ่อแม่ ถึงแม้เค้าจะรู้แล้วว่าเราไม่มีความสุข แต่เค้าก็ยังคงอยากให้เราเรียนต่อไป
ทำไมพ่อแม่ต้องผิดหวัง ผมไม่รู้ เค้ากลัวโดนสังคมด่าว่ามั้งว่าลูกเค้าเรียนไม่จบ ไร้น้ำยา ไม่มีอนาคต
ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็เพื่อพ่อแม่เท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลย แต่ก็คงไม่เป็นไร ได้แค่ไหนก็แค่นั้น
หลังจากนั้นไป ก็ขอคิดดูอีกที
ว่าจะหาเงินเยอะๆ หรือทำในสิ่งที่เราคิดว่าดีเกิดมาแล้วต้องทำให้ได้
หรือ ทำมันไปพร้อมๆกัน
edit @ 16 Mar 2008 20:25:25 by blackholesun