ผมเป็นคนเฮงซวยครับ

posted on 03 Mar 2008 18:16 by poonpoon  in MYSTORY

คำเตือน : เอนทรี่นี้มีการใช้คำหยาบคาย

............................................................

เรื่องมันมีอยู่ว่า..

เนื่องจากผมเป็นคนเฮงซวย ผมจึงโดนไล่ออกจากแลปมา

แต่อย่าห่วง ตอนนี้ได้อยู่แลปใหม่แล้ว แต่ผมก็ยังคงเป็นคนเฮงซวยดังเดิม

 

วันนี้ผมเข้าไปถามงานอาจารย์ที่ปรึกษา ขอเรียกว่า อาจารย์ "ย" (ไม่ใช่ยอยอที่เอาไว้บอกควายให้ใจเย็นๆ)

เธอเป็นเพศหญิงครับ เนื่องจากผมทำงานไปตามเรื่องตามราว ไม่ขี้เกียจ(แล้ว) แต่ก็ไม่ขยันมาก

ผมเข้าไปถามว่าทำอะไรไงต่อดีครับ อาจารก็บอกๆๆ เขียนๆแผนภาพคร่าวๆให้ดู ก็โอเคดี

พอเสร็จปุ๊บ ก็มีของแถมทันที

เธอก็เริ่มเรื่องราว พูดอะไรบ้างก็ไม่รุ้ ไม่ได้จำ แต่แปลความหมายว่า "มึงมันขี้เกียจ" หรือขยันน้อยไปอะไรก็ตามแต่

โอเค ผมก็ฟัง อาทิตย์ที่แล้วมันก็ใช่ เข้างานเก้าโมง ต้องตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าและผมก็ง่วงเลยนอนต่อ เลยมาสา่ยซักสิบโมง ซักสองวันต่อสัปดาห์ กลับบ้านก็กลับสี่โมง หรือสี่ครึ่งไม่เกินห้าโมง แต่ผมตั้งใจแล้วว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะอยู่ดึกๆ กลับบ้านซักทุ่มนึงถึงสองทุ่ม

เธอบอกผมว่า "เท่าที่ดูแล้วคุณไม่มีความกระตือรือล้นเลย"

คือผม(กู) ต้องทำท่าทางด้วยเหรอครับ(วะ) ว่าโอว กูเงี่ยนเหลือเกิน กระสันอยากทำงานเหลือเกิน อยากทำแลปใจจะขาด ถ้าได้ทำแล้วมันจะซาบซ่านเข้าไปถึงทรวง ไม่ได้ทำแล้วใจมันจะขาดใจ มันจะตายโหงตายห่า มันจะมีอันเป็นไป

"เย็ดตาม่อน!" กูต้องทำท่าอย่างนั้นด้วยเหรอครับ กูยอมโดนด่าก็แล้วกัน ไอ้สัด

 

เธอบอกว่า "ถ้ามีลูกศิษย์ต้องการความช่วยเหลือสามคน นาย กอ ที่ขยันน้อยไม่เก่ง กับนางสาว ขอ ที่ขยันเก่ง อาจารจะเลือกช่วย นางสาว ขอ ก่อน เพราะถ้าพลักดันนิดหน่อย เค้าก็จะพุ่งไป แต่ นายกอก็จะช่วยท้ายสุด เพราะต้องลากถูกันไป ไม่อยากบังคับฝืนใจถ้าเค้าไม่อยากไป"

ไม่ฝืนใจคนมันก็ดี แต่ ถ้าเค้าอยากให้ช่วยจริงๆหละ 

ผมมีความคิดแตกต่างนะ ซึ่งมันอาจจะผิดแต่ผมก็คิด

คือ ผมจะช่วยไอ้ กอ เพรา สาว ขอ มันเก่งอยู่แล้ว ถึงมันไม่พุ่งกระฉูดปรี๊ดๆ แต่มันก็ไปได้

แต่ไอ้ กอ หละ ปล่อยมันดักดานไว้เหรอ มันเป็นคนเหมือนกันนะครับ

ไม่เก่งสิต้องยิ่งช่วย มันจะได้พัฒนาให้ดีขึ้น ต้องลงไปลากมันถูมันสิ เผื่อมันจะดีขึ้น เผื่อมันจะบรรลุธรรมชาติว่า เออ มันต้องทำสิ่งใด เกิดมาเพื่ออะไร

แต่ก็เอาเถอะ มันก็แค่ความคิดผม

 

เธอถามว่า ผมก็เลือกเอาละกันว่าจะเป็นแบบไหน

ผมเลือกเป็นนางสาว คอ เพราะจริงๆแล้วอาจารบอกมีสามคนแต่พูดคนที่ดีสุดกับแย่สุด งั้นผมขอเป็นกลางๆก็แล้วกัน

 

เธอให้ผมขยัน ดูเธอเป็นตัวอย่าง สมัยเรียนเธอทำงานสัปดาละแปดวัน

เออ นั่นมันอาจาร(มึง)นี่ ใช่กูที่ไหนหละ บ้าเหรอสัปดานึงมีเจ็ดวันว๊อย

แต่ก็โอเค ผมตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าผมจะทำงานอาทิตย์ละหกวัน ไม่ต้องบอกหรอกครับ กูรู้ดี

 

"ทำไมวันเสาไม่มาทำแลป"

"ผมมาครับ แค่มาเก็บเซลอย่างเดียว"

"แล้วทำไมไม่สกัดดีเอ็นเอเลย"

"ผมไม่ชัวร์ครับว่าต้องทำยังไง เพราะไม่มีใครอยู่"

คือกูเพิ่งมาทำแลปได้แค่อาทิตย์เดียวเอง ของอยู่ตรงไหนบ้างกูยังไม่รู้เลย

เออ กูเคยทำมาก่อน ไอ้ชุดคิทเหี้ยเนี่ย กูเคยใช้มาก่อน แต่กูไม่รุ้ว่าธรรมเนียมการทำแลปแต่ละที่มันต้องทำไงบ้าง เสือกทะลึ่งทำเองแล้วข้างของมันชิบหายขึ้นมาหละจะว่าไง

เอาเถอะ ถ้ากูทำได้รู้หมดแล้วว่าของอยู่ตรงไหน เดี๋ยวมึงรู้สึกแน่ 

 

"เท่าที่ผ่านมาอาจารไม่เห็นคุณอิมพรูฟ(ปรับปรุงตัวในทางดีขึ้น)เลย ไม่เห็นความแตกต่าง"

ก็คงจะจริงเพราะกูไม่ขี้เกียจแล้ว ตั้งแต่ย้ายแลปมาก็ขยันทำงานมาเรื่อยๆตลอด แล้วมึงจะรู้ไหมว่ากูแกต่างจากตอนต้น ถ้ากูเสมอต้นเสมอปลาย

คือ มึงมองที่ความสุดโต่งไง ขยันสุด ขี้เกียจสุด ตรงกลางมึงก็ไม่เห็นไง

กูไม่ใช่มึงนี่จะได้ทำงานอาทิตย์ละแปดวัน กูเป็นคนมนุษย์ต๊อกต๋อย กูต้องการเสพสุข กูอยากมีชีวิตที่มีความสุข กูไม่ต้องการความเครียด เข้าใจไหม อาทิตย์นึงเค้ามีเสาอาทิตย์เอาไว้ทำไมรู้มัย้ เอาไว้พัก มันเป็นวันหยุด รู้ไว้ซะ วันหยุดพัก อย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ต้องมีซักวัน มึงเข้าใจบ้างมั้ยเนี่ย

ถ้ากูจะทำงาน กูต้องอยากทำจริงๆว๊อย 

 

"เธอรู้มั้ยเวลารออินคิวเบท(บ่มที่อุณภูมิที่ต้องการ)ครึ่งชั่วโมงเนี่ย มันทำอะไรได้เยอะนะ"

ใช่ กูรู้ กูถึงมาคุยงานกับมึงไง รีบๆจบบทสนทนาเฮงซวยนี่ซักที กูจะกลับไปทำงานต่อ เพราะกูอินคิวเบทแค่ครึ่งชั่วโมง

"อาจารนึกว่าเธอมาสายเพราะแอนตี้(ต่อต้าน)อาจาร"

คูวัย กูแค่ง่วง ไม่ได้คิดอะไรเลย แต่กูก็ไม่ชอบมึงจริงๆแหละ แต่ทำไมกูต้องพูด ต้องคอยแสดงออกว่าไม่พอใจ ทำหน้างอเป็นส้นตีนด้วย

ไม่ใช่กูหละ กูเงียบ กูเฉยๆ ต่อต้านมึงทำไมให้กูมีปัญหาเรียนไม่จบ

 

ผมถามว่า "อาจารย์ครับ หัวข้อวิทยานิพนธ์นี่จะตั้งชื่อว่าอะไรดีครับ"

"เธอเร่งอาจารเหรอ อาจารจะต้องเป็นคนเร่งเธอไม่ใช่เหรอ"

"ใช่ครับ ผมจะสอบวันที่ยี่สิบห้าแล้ว วันนี้ก็สามแล้วครับ ต้องส่งเรื่องก่อนสอบสิบห้าวัน"

งิ่ดไปสิ

"ทำไมไม่เห็นเธอมาถามเลยว่า พรอโพซอล(โครงร่างวิทยานิพนธ์)อาจารดูให้หรือยัง อาจารแก้ให้หรือยัง นี่อาจารไม่ได้แกล้งเธอนะ ถ้าเธอขยันเต็มร้อยมาอาจารย์ก็กลับไปเต็ม เธอห้าสิบ อาจารก็ห้าสิบ"

แต่มึงบอกกูเองนี่ว่า ถ้าอาจารไม่อยู่ หาไม่เจอให้ส่งเมล กูก็ส่ง กูโทรไปถามด้วยว่าอ่านรึยัง มึงยังบอกเลยว่ายังไม่อ่าน บอกกูไม่เต็มร้อย กูเอากลับมาแก้แล้วกูก็ส่งทันที กูเห็นว่ามึงานยุ่งแล้วบอกว่ามึงเช็คเมลทุกวัน กูก็ชะล่าใจ ใครจะไปรู้ว่ามึงเช็คแต่มึงไม่อ่านของกู กูก็หลงรอเมลมึงทุกวัน ไอ้สัด อย่างงี้นี่เอง เดี๋ยวกูจะตามงานให้มึงเหนียกแดกเลย คอยดู

แล้วยังพูดทำนองว่า ถ้ายังไม่ปรับปรุงตัว ก็คงรับไม่ไหว

เออ กูก็ไม่อยากอยู่แลปมึงหรอก แลปเก่าเค้าไล่กูออกมา แต่อาจารแลปเก่าเค้าตรงไปตรงมา พอใจก็บอก ไม่พอใจก็บอกตรงๆเลย พูดพูดจาอะไรเทือกนี้ เค้าไม่พอใจผลงานเค้าก็บอกตรงๆ เค้าเป็นลูกผู้ชาย ซึ่งกูก็ยอมรับว่าแลปเก่ากูก็ขี้เกียจ บวกกับที่กูรู้ตัวแล้วว่ากูไม่ชอบวิทยาศาสตร์ กูไม่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ กูเกลียดการเป็นนักวิจัยแบบในกรอบ แบบในคุก ไม่มีอิสรภาพที่จะคิดที่จะทำคูวัยอะไรเลย

หรืออีกนัยหนึ่ง กูมันอ่อนเอง 

มึงไม่พอใจเมื่อไหร่ก็บอก

กูพร้อมลาออกหรือให้มึงไล่ออกก็ได้ ทุกเมื่อ บอกกูมาเถอะ กูคอยอยู่

ที่กูเรียนเนี่ย คือ กูทำเพื่อแม่ กูจะลาออกตั้งแต่กูยังไม่โดนไล่ออกจากแลปเก่าแล้ว แต่แม่กูบอกว่ามาครึ่งนึงแล้ว ทนๆต่อไปหน่อย

กูก็เห็นด้วย เพราะกูเองก็กล้วว่า

โลกมันจะยังคงเหี้ย บัดซบแบบทุกวันนี้ต่อไป กูจะได้ใช้วุฒปริญญาโทสมัครงานได้แบบไม่ต้องมีความรู้อะไรมาก ใช้เป็นแค่ใบผ่านทางเอาตัวรอดแบบเฮงซวยๆไปวันๆ

ซึ่ง ถ้ากูเลิกเรียนไปกูจะตายห่าไหม

เปล่าเลย

ถึงที่บ้านจะไม่รวย แต่ก็ไม่จน

ถึงกูจะไม่ขยันมาก หรือเรียนไม่เก่ง

แต่กูก็ไม่ใช่คนที่โง่(มากๆ) ไม่ใช่ควาย กูทำงานได้

กูเป็นคน มีมือ มีส้นตีน มีสมอง มีความคิดเป็นของตัวเองไม่ต้องให้ใครมาสนตะพาย จูงจมูกแบบควาย

กูมีความรู้สึกนึกคิด มีจิตวิญญาณ

กูมีความสนใจที่จะค้นหาความรู้ต่างๆนานา กูใช้อินเตอเนทเป็น กูอ่านหนังสือออกสองภาษา 

และกูคิดว่า เกิดเป็นคนถ้าคิดเป็นแล้วเนี่ย มึงไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะอดตาย ไม่มีทาง

และไม่ต้องกลัวหรอกว่า จะลำบาก

เกิดเป็นสิ่งมีชีวิต มันต้องลำบากว๊อย ไอ้สัด ความยากลำบาก ความทุกข์คือความจริง ไอ้ความสุขสบายแบบคนเมืองมันเป็นภาพลวงตา(ซึ่งกูก็ยังไม่อาจพ้นออกจากมันได้ซะทีเดียว แต่ก็รู้สึกได้บ้าง)

คือ มึงไม่ต้องมาขู่กูให้ยาก "กูไม่กลัวมึง!"

อยากดูถูกดูแคลนอะไรกูก็เชิญเลย ตามสบาย กูเฉยๆ แค่กูก็เอามาอัพบลอกเอง

ถ้าไม่เฉยกูสวนไปแล้ว

ถึงแม้มีบ้างที่ผมตัดสินอะไรจากการมองภายนอก แต่ผมพยายาม พยายามจะคิดว่าเค้าคงเป็นอีกอย่างคนเราก็มีอะไรดีบ้าง ต้องมี

ถึงตรงนี้แล้วกูเลยเข้าใจว่า ทำไมต่างประเทศแม่งวิ่งไล่ยิงกันในมหาลัย

เข้าใจเลยว่าทำไมในไทยคนชอบโดตึกตายโดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาอนาคตไกล 

 

พูดไปเรื่อยเปื่อย จนจบ ก็ออกมา

 

ผมเจออาจารย์หัวหน้าภาควิชา ก็เลยคุยกันนิดหน่อยว่างานไปถึงไหน ผมก็บอกว่าส่งให้อาจารย์ตรวจไปแล้ว แต่รู้สึกว่าผมยังทำงานได้ไม่ถึงเป้าที่อาจารตั้งไว้

หัวหน้าบอกว่า ก็ดี ถ้าคุณทำเพอเฟกแล้วส่งไม่ทันมันก็ศูนย์เปล่า ไม่เพอเฟกแต่ส่งทันมันก็อาจจะผ่านก็ได้

อืม ก็จริง ปีที่แล้วกูประสาทแดกก็เรื่องนี้ เพราะจริงจังมากจนเกินไป

กูมันโง่ภาษาอังกิดแล้วเสือกทะลึ่งเรียนคอสอินเตอมันก็เป็นเยี่ยงนี้

แค่ฟังออกอ่านออกมันไม่พอ

ต้องเขียนได้พูดได้ด้วย ซึ่งผมโง่มากๆเลย

 

โครงร่างวิทยานิพนตัวที่สองนี้ผมจึงเขียนเสร็จในเวลาแค่เดือนเดียว ข้อมูลมีแค่พอประมาณ ไม่ละเอียดลึกซึ้ง

ที่ผ่านมาภาควิชานี้จบยากนัก ปริญญาโทแม่งเรียนกันสี่ปีขึ้นไป แต่พอปีผม เค้าบอกจะให้จบสามปี

แล้วก็เร่งจังเลย บีบ เค้น เน้น เร่งชิบหาย 

โครงร่างวิทยานิพนธ์เมื่อก่อนสอบตอนก่อนสอบวิทยานิพนสามเดือนยังได้

ปีผมให้สอบตั้งแต่เพิ่งเข้าแลป แล้วกูจะไปรู้อะไรวะ (ยิ่งโง่ๆอย่างกูยิ่งแล้วใหญ่)

สงสัยว่าผมอาจจะต้องสี่ปีจบ

จริงๆแล้วผมว่าผมโง่นะ 

โง่ที่มาเรียนปริญญาโทต่อสายนี้ ควายจริงๆ 

ขอด่าตัวเองหน่อยเถอะว่า "ไอ้ควาย! มึงพลาดแล้ว!" 

 

ผมกลับมาที่แลป

ที่แลปใหม่ก็มีพี่อยู่คนนึง ผมไม่พูดถึงก็แล้วกัน พี่เค้าโอเค เรื่องเลวร้ายอะไร ผมก็คุยได้อยู่บ้าง

เทคนิคเชี่ยนที่ำทำงานอยุ่คนนึงก็ไม่มีปัญหาอะไร ธรรมดา

แต่ปัญหาก็คือพวกปริญญาตรี พวกรุ่นน้องผมนี่แหละ ที่เพิ่งจบและทำโปรเจกมาก่อนผมนี่แหละที่ผมหงุดหงิด

วันนึงผมทำแลป มันเดินเข้ามาพร้อมกับถุงกระดาษ ที่ใส่ "นก" เป็นลูกนกที่ตกลงมา พวกมันจึงเก็บมาเลี้ยง

อืมก็ใจบุญสุนทานกันดี แต่ว่า

"มึงเอาเข้ามาในแลป!" ไอ้เหี้ย มึงรู้จักคอนทามิเนท(ปนเปื้อน)มั้ยเนี่ย

เฮ้อ เอาเถอะ ไม่ใช่แลปกู กูทำอะไรไม่ได้หรอก ก็เฉยไว้

ไอ้น้องคนนึงชื่อ นาย กอ ไอ้คนเดียวกับที่อาจารเค้าพูดนั่นแหละ

แม้ว่าอาจารจะพูดให้ร้ายน้องโดยการพูดชื่อให้ผมรู้ตัวตน ผมก็ไม่ได้คิดดูถูกอะไร แค่ผมไม่ชอบที่อาจารต่อว่าใครให้ผมฟัง แค่บอกเป็นนายกอขอ คอ วอ ยอ หรือ เอ บี เอฟ ยู ซี เค อะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่ชื่อจริง

ไอ้น้องน้องก็หน้าตาแปลกๆ ซึ่งมันก็เป็นเอกลักษณ์ ไม่มีอะไรมาก

ไอ้ที่ทำผมหงุดหงิดก็คือ มันชอบทำตัวกร่างๆ เก๊กๆ

แต่ก็ช่างมันเถิด มันคงยังด็ก ซักวันมันอาจจะเป็นคนที่ดีพร้อมก็ได้

ไอ้น้องอีกคน สาว คอ นี่ก็โคตรน่าหงุดหงิด

ผมรู้สึกว่ามันอวดเก่ง แถมเสือกๆอีกตะหาก

เอาเถอะผมอาจจะคิดไปเอง ผมต้องค่อยๆปรับตัว ค่อยๆลืมเรื่องแย่ๆ มองส่วนดี

โอเค อย่างน้อยเค้าก็ช่วยสอนผมได้ ถามได้ ตอบได้

ก็มีบ้างที่ผมจะทำงาน มันก็คอยหยิบจับหรือจะทำให้ไปซะทุกอย่างจนอยากจะถีบแม่งให้กระเด็นทะลุออกหน้าต่างตกตึก6ชั้นเสียจริง

แต่ เราต้องเข้าใจ เค้าอยากช่วย ต้องเข้าใจ

ก็เหมือนช่วยเหลือคนพิการหรือจูงคนตาบอดข้ามถนนอะไรเทือกนั้นแหละมั้ง 

วันนี้ผมจะทำเซล

"แม่งจับหลอดเซลแบคทีเรียกูมือเปล่า ไอ้เหี้ย ถุงมือหละ ไอ้เหี้ย ถุงมือ!" 

ครับ ถ้าไม่ใส่ถุงมือสะอาดๆ มันอาจมีการปนเปื่อนเชื้ออื่นที่เราไม่ต้องการ

ก็ต้องไปเริ่มต้นกันใหม่หมด 

ทีนี้คงเข้าใจว่าทำไมผมถึงอยากถีบสาวคนนี้เสียจริงๆ 

ส่วนอีกคนเค้าเก่งอยู่อัธยาศัยดีไม่มีอะไร

โดยรวม แลปนี้เป็นงานแบบที่ผมถนัดมาก

แต่สภาพแวดล้อมแม่งค่อนข้างเหี้ยเลยทีเดียว

 

เทียบกับแลปเก่า แม้จะไม่ถนัดเลย เรื่องใหม่ แต่ผมก็เรียนรู้ได้ดี เลี้ยงเซลได้ดี

จะมีไม่ถูกชะตาก็แค่ทอมคนเดียว อ้วนๆ

แค่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรไม่น่าคบหาไม่น่าคุยเล่นเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าต้องทำงานด้วยกันคงไม่น่าหนักใจนัก

แต่ก็ช่างแม่งเถอะครับ แลปเก่าก็คือแลปเก่า

ทุกวันนี้คือไถๆให้มันจบไป ไม่ได้เรียนหาความรู้ไปประกอบอาชีพส้นมือส้นตีนอะไรแล้ว

 .................................................................

เรื่องที่ดีที่สุดก็คงเป็นคืนเมื่อวาน

ผมกินข้าวเย็นกับพ่อกับแม่ที่บ้าน

แม่ถามว่าจบแล้วจะเรียนต่อไหม

ผมบอก ไม่เอาหรอก แค่ที่เรียนอยู่นี่ก็เอืมระอาเหลือทนของชีวิตแล้ว เกลียดอย่างขี้

แม่ถามว่า ถ้าเรียนต่อได้ จะเรียนอะไร

ผมบอก เขียนบทภาพยนต์ กำกับหนัง อะไรเทือกนี้ และอื่นๆอีกมากมายขอคิดดูก่อน

แม่สนับสนุน บอกเรียนไปเลย อยากเรียนอะไรเรียนไปเลย แม่จะส่งให้

เล่นเอาเหวอแดก แดกข้าวอร่อย ขึ้นมานั่งเหนียกในห้องเลย

ทำไมไม่ให้ผมลาออกไปซะตั้งแต่แรกหละครับแม่! 

.................................................................. 

อ่านมาถึงตรงนี้ คงพอเข้าใจแล้วนะครับ ว่าผมมันเป็นคนเฮงซวยเพียงใด

ผมด่าอาจาร อาจมีคนบอกว่า เค้าเป็นอาจารมึงนะ

อยากจะบอกว่า คนที่ผมเลือกให้เป็นอาจารย์ไม่จำเป็นต้องมียศเป็นอาจารย์สอนหนังสือ หรือวุฒิการศึกษาสูงเสมอไป

มันอยู่ที่ความคิด การกระทำมากกว่า ว่าทำให้คนอยากเป็นศิษย์ หรือมีความเลื่อมใสมากแค่ไหน

ขนาดอาจารที่ไล่ผมออกจากแลปผมยังนับถือเค้าอยู่เลย 

คนอย่างอาจาร "ย" ที่เล่ามาไม่มีทางเป็นอาจารย์ผมได้หรอก เป็นได้แค่หัวหน้างาน เป็นบอสก็พอแล้ว 

เพราะฉะนั้น ผมไม่เคารพด้วยใจ แม้ภายนอกจะดูนอบน้อมถ่อมตน

แต่ในใจ ผมก่นด่าเสมอ

ผมนี่เลวจริงๆ

แล้วคุณหละ เป็นคนแบบไหน

เฮงซวยเหมือนผมเลย

หรือดีเลิศประเสริฐศรีมณีเด้ง

เป็นคนดีเข้าไว้ครับ สังคมจะได้ไม่ด่าว่า

สังคมจะได้เชิดชู

อย่าเป็นแบบผม

เข้ากับใครไม่ได้ เฮงซวย

สรรหาฟังแต่เพลงแปลกๆ ที่ไม่เคยฟัง ไม่ฟังเพลงป๊อบที่เปิดตามวิทยุทุกวัน แย่ๆ คุยกับใครไม่ได้เลย

หนังก็ดูแต่หนังแปลกๆ ดูหนังเยอะแยะที่คนอื่นไม่ดูกัน หาคนคุยด้วยไม่ได้ แย่ๆ

ไม่ดูละครทีวี ไม่ดูละครเกาหลีเกาไข่ คุยกับใครไม่ได้เลย แย่ๆ

อยากรู้ในสิ่งที่ตนเองชอบ สนใจอย่างแท้จริง ไม่สนใจวิทยาศาตร์ ไม่ตั้งใจเรียนสูงๆให้ได้เกรด4.00 ไม่เรียนด๊อกเตอร์ สนใจแต่งานที่ไม่สร้างรายได้ เช่น เขียนหนังสือ เขียนบทหนัง ทำมิวสิควีดีโอ กำกับหนัง หรือไปเป็นครูต๊อกต๋อยต่างจังหวัด ไม่ไหวครับ ไม่เจริญๆ แย่ๆ ใครๆก็ไม่อยากคบ 

แย่ครับ คนอย่างผม แกะดำ เดนสังคม อย่าเป็นนะครับ 

...........................................................................

 ป. ล.ไอ้เย็ดเหี้ย!

............................................................................

 When you were here before,
Couldn't look you in the eye
You're just like an angel,
Your skin makes me cry

You float like a feather
In a beautiful world
I wish I was special
You're so fucking special

But I'm a creep,
I'm a weirdo
What the hell am I doin' here?
I don't belong here


I don't care if it hurts,
I wanna have control
I want a perfect body
I want a perfect soul

I want you to notice
when I'm not around
You're so fucking special
I wish I was special

But I'm a creep
I'm a weirdo
What the hell am I doin' here?
I don't belong here, ohhhh, ohhhh

She's running out the door
She's running out
She run run run run...
run...

Whatever makes you happy
Whatever you want
You're so fucking special
I wish I was special

But I'm a creep,
I'm a weirdo
What the hell am I doin' here?
I don't belong here

I don't belong here...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อัพนานๆทียาวเลยนะ กูอ่านแล้วมีอารมณ์ด้วยไง
เพราะกูก็โดนแบบนี้ กูว่าอาจารย์มอเรา สองภาคเราหนะเป็นกันแบบนี้แหละ

กูก็พลาด เหมือน มึง!

#1 By ~:-:Bεstzuчα:-:~ on 2008-03-03 22:02

มันก็แค่วันเน่าๆวันนึง


#2 By the net that set me free * on 2008-03-03 22:31

ฮ่าๆๆๆ confused smile
อย่าประชดประชันคนอื่น
ในคำพูดที่เหมือนกำลังด่าตัวเองเลย
ถ้าคิดว่าแบบของตัวเองดี..
พร้อมจะให้คนอื่นเป็นแบบนั้นด้วยไหม?
ไม่อยากใช่ไหมล่ะ
ไม่อย่างนั้น *ความไม่เหมือนใคร* ที่เคยมี
ก็คงจะหายไป
อยากให้คนอื่นเป็นอย่างเดิม
เพื่อจะได้มีคนที่เราสามารถดูถูกได้
ใช่ไหมล่ะ

#4 By FuYuKi (124.120.56.33) on 2008-03-03 23:50

สบายดีป่ะ ?big smile

#5 By ♀ ต้นน้ำ ♀ on 2008-03-04 00:17

ตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยคิดอยากกลับไปเรียนต่อเลย

เบื่อ

#6 By nuut on 2008-03-04 16:25

ความแตกต่างของสายวิทย์ กับสายมนุษยศาสตร์ก็คือ อาจารย์สายมนุษยศาสตร์ไม่เคยตามงานเลย จะว่าดีก็ดี จะว่าแย่ก็แย่ เพราะงานไม่เดิน ยังไม่ได้เขียนโครงร่างวิทยานิพนธ์เลย
เห็นเพื่อนสายวิทย์ชอบบ่นเรื่องโดนอาจารย์ทวง แต่สายมนุษย์จะบอกว่าอาจารย์ไม่เคยถามถึง
ตลกดี

อาจารย์เถียงได้ เตือนได้ ถ้าเขาทำตัวไม่เหมาะสมจริง (แต่ไม่ควรใช้คำหยาบคายนะ) เรียนโทมาสองปีเห็นแล้วว่า อ.ไม่ใช่พระเจ้า ดีบ้างเลวบ้างปะปน อย่าไปเอามาใส่ใจเลย

ปล.ถ้าเป็นฉัน ฉันจะเลือกช่วยนายกอเหมือนกัน ถ้าเขายอมให้ช่วยน่ะนะ question

#7 By pisces on 2008-03-04 16:41

พี่อ่านหมดเลยนะ อ่านแบบตั้งใจอ่านมาก ซึ่งปกติไม่อยากอ่านอะไรหยาบคายเลย แบบว่าเป็นคนดีเลิศประเสริฐศรีมีอะไรเด้ง ๆ น่ะ question

บางทีก็อยากด่าคนด้วยคำหยาบคายบ้างเหมือนกัน

ยังไงก็อดทนอีกนิดนะคะ big smile
โอ๊ะโอ... ลืมไปเลย ฝากบอนนนน...มาบอกแล้วก็ลืมเลย

เฮียเหลียงกะซือเจ๊จะเข้าพิธีแต่งจริงจังแล้วนะ ดีจัง big smile
อืม ชีวิตพวกเรามันก็แบบนี้เนอะ
เอาจับใส่กรงก็จะหมดชีวิตชีวา
ใช้ชีวิตแบบที่จะหาคนคุยด้วยได้ยาก
ลำบากแต่มันก็ต้องเป็นแบบนี้หละนะ

ร่วมอุดมการณ์ด้วยคนนะครับ 555+

#10 By Angeles on 2008-03-05 20:58

เฮ้ย พี่ เรามา Creepy Creepy กันดีกว่า !!!

เราก็โดนแบบนี้บ่อย ๆ เหมือนกันว่ะ

ก็ได้แต่ด่าลับหลังเหมือนกัน เพื่อการ

อยู่รอดในสังคม ไม่ได้คิดจะเป็นอย่าง

ยัย กอ ให้เค้าชื่นชมเยินยอ ความเก่ง

ไม่ได้ช่วยคนให้อยู่รอดในสังคมเว้ย

ความรู้ที่เรียนมาใช่ว่าจะใช้หาตังกินข้าว

ได้เสมอไป หากวันนึงต้องออกมาแบก

ของ ถูพื้น ล้างจาน ทำงานอย่างอื่น แล้ว

มัวแต่เป็นคนเก่งในห้องเรียนอย่างเดียว

แต่ EQ หรือความสามารถอย่างปุถุชน

ไม่มี จะเอาอะไรกินกันล่ะคะ ?? โฮ้ยยย

พี่ยังมีความอดทนเป็นเลิศอยู่นะ ถ้าเป็น

เราคงได้มีเถียง (ผลก็คือแพ้ และได้รับ

การเกลียดขี้หน้า+กดเกรดตอบกลับมา)



ระบายออกมาเถิดผองเพื่อน...

จะประชดประชันด้วยความรังเกียจ

เดียดฉันหรืออื่นใดก็ตาม ก็แค่ให้หลุด

พ้นจากสภาพจิตใจที่ฉิบหายวายป่วงจาก

สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษเท่านั้นเอง... !!!


พี่ ไหน ๆ แม่ก็ปูทางให้ขนาดนี้แล้ว

ออกมาเลยเฮอะ !! ถ้ามันเส็งเคร็ง

ขนาดนั้นจะทนอยู่ไปไยเล่า บั่นทอน

อารมณ์ไปเสียเปล่า แต่ความจริงที่หนี

ไม่พ้นก็คือไม่ว่าจะสังคมไหนก็ยังคงมี

คนประเภทนี้อยู่อ่ะพี่ ถ้าพี่มาเรียนสาย

ภาพยนตร์ก็อาจจะเจอคนแบบนี้อีกก็ได้

(อย่างเราก็เรียนสายภาพยนตร์ ยังเจอ

อะไรแบบที่ตีกรอบความคิดเลย -*-)

แต่ได้ทำในสิ่งที่รักยังไงก็ยังรู้สึกดีกว่า

อยู่แล้วนี่นา ^^ (เชียร์จังวุ้ยยยยย ^^')


ยังไงก็ขอให้พี่โชคดีนะคะ ไม่ว่าจะเลือก

ทางไหน ขอให้ดีกว่าที่เป็นอยู่นะพี่ ^^


But I'm a creep...,I'm a weirdo !!!

โว้ยยยยย เรามันตัวประหลาดดดดด


ป.ล. ตกลงดู Once ยังพี่ ? ดูให้ได้นะ

ของเค้าดีจริง (ดีถึงดีมากกกกกก ^^)
แสงศตวรรษหรอ ? เค้าดูในโรง

อ่า... ไม่เชิง ตอนที่เค้าจัดฉาย

ที่สมาคมฝรั่งเศสอ่ะพี่ ก็ไปดูมา

เจอพี่เจ้ยด้วย cry ซื้อ สัตว์วิกาล

มา มีลายเซ็นต์พี่เจ้ยด้วย cry ...

(เอาเข้าปาย sad smile ) ส่วนตัวเค้าว่า

แสงศตวรรษไม่ค่อยโดนอารมณ์

เท่าไหร่ แต่ยอมรับว่าภาพสวยและ

ดูเลื่อนลอยได้ใจมาก (หนังพี่เจ้นแก

ก็อารมณ์นั้นอยู่แล้ว - -") พอดูจบเกิด

อาการไม่เข้าใจกบว.อย่างรุนแรงอีกครั้ง

มันมีอะไรน่าตัดวะ !? ให้ตายเหอะจอร์จ !!
แห้ว มึงทำได้นะ ไม่ต้องลาออกหรอก
กูเชื่อว่าถ้ามึงกลั้นใจทำอีกอึดใจเดียว
มึงผ่านได้แน่

#13 By ~:-:Bεstzuчα:-:~ on 2008-03-09 11:27

msn มาคุยกันไหม big smile

#14 By (202.173.222.2) on 2008-03-10 15:02

อ่านจนจบ ท่าทางจะเหนียกเหลือเกิน
ตอนนี้ติ๊กก้กำลังเครียดเรื่องเดียวกันเลย อารมณ์เดียวกันเลย (เดี่ยวไปอัพมั่งดีกว่า)

สังคมสมัยนี้มันต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ต่อให้ในใจไม่ชอบขนาดไหน ต่อหน้าก็ต้องทำเป็นดี ทำเป็นนอบน้อม

ปล.ต่อให้เป็นคนแปลกยังไงก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่ ไม่ต้องไปสนใจหรอกน่า คนเรามันชอบไม่เหมือนกันนี่นา ทำไงได้ ยิ่งเป้นคนแปลกๆ ติ๊กว่ายิ่งน่าคุยด้วย แลกเปลี่ยนทรรศนะกัน ทำให้ได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ อีกด้าน
***********สู้ต่อไป (ไอ้มดแดง)********

#15 By ~นู๋ติ๊ก~ on 2008-03-10 16:31