เล่าจากวัด
posted on 08 Apr 2007 18:04 by poonpoon in ARTICLE
อีกหนึ่งเรื่องซ้ำซากน่าเบื่อที่คนไทยไม่อยากฟัง
..........................................................................
ผมได้มีโอกาศเดินทางไปงานบวชรุ่นน้องที่จังหวัดกาญจนบุรี
ระหว่างที่ผมรอรุ่นน้องที่กำลังจะเป็นพระออกมาจากโบสถ์
ผมก็เดินไปซื้อปลาหมึกย่าง (แบบที่ต้องบด) มากิน
ปลาหมึกมันเหนียวมาก ต้องออกแรกกันมากโขอยู่กว่าจะบดให้มันออกมาดูดี ดูกินง่าย
ผมยืนดูคุณป้าคนขายบดปลาหมึก คุณป้าเป้นคนผอมๆดำๆธรรมดาตามประสาคนต่างจังหวัด คุณป้าถามผมว่า "ถ้าเป็นหนูจะทำไหวไหมนิ" ผมตอบว่า "ไม่แน่ใจครับ" ผมไม่แน่ใจจริงๆว่าผมจะสู้ชีวิตแบบคนต่างจังหวัดไหวไหม
จ่ายเงินเสร็จผมก็มานั่งม้านั่งที่มีโต๊ะกลมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่พอสมควร ซึ่งอยู่ติดกับรถจักรยานยนต์ขายปลาหมึกของคุณป้า ต้นไม้ใหญ่พอที่จะบังแดดได้เป็นอย่างดี
ผม บีบี และ รุ่นน้องอีก2คนนั่งอยู่ตรงนั้น
ซักพักคุณป้าก็มานั่งด้วย
คุณป้าเล่าให้ฟังว่า หากเมื่อวานฝนไม่ตกหนัก ป้าแกคงขายได้ดีกว่านี้
เพราะงานเลี้ยงเมื่อคืนเป็นงานใหญ่มากๆ คนมีคนมาเยอะ และคงมีคนซื้อปลาหมึกหลายคนอยู่
แกถามว่าพวกเรามาจากกรุงเทพหรือ? ใช่ครับ พวกเราตอบไป
พวกเราเรียนจบกันหมดแล้ว รอแค่ทำงาน (ผมเรียนต่อ)
คุณป้าบอกว่าก็คงดีเนอะเรียนจบสูงๆ จะได้ทำงานออฟฟิศห้องแอร์
ผมเข้าใจไอเดียของป้านะ แต่มันก็ไม่ถูกต้องซะทีเดียว มันเป็นแค่ความฝันของคนไทยส่วนใหญ่
ป้าเล่าให้ฟังว่า ลูกสาวแกจบ ม.3 แกอยากให้ลูกสาวแกเรียนต่อ แต่ไม่มีเงินจะส่งเสีย รุ่นน้องคนนึงที่มีบ้านเกิดอยู่จังหวัดนี้ก็เลยแนะแนวทางการเรียนเอาวุฒไป ซึ่งมันก็ไม่ได้แพงมากมาย แต่ทว่า ป้าแกบอกว่า ลูกแกบอกว่าไม่อยากเรียน
ผมเอาแต่นึกถึงว่าป้าแกก็ดูเป็นคนจนๆ หาเช้ากินค่ำ วันนี้แกยังหาเงินไม่ได้เท่าเงินในกระเป๋าสตางค์ของผมเลย และยังไม่เท่าเงินใส่ซองด้วยซ้ำ ไหนลูกสาวกำลังเป็นวัยรุ่นวัยเกรียนไม่อยากเรียนไม่อยากทำงานไปเสียอีก ชีวิตแกจะเป็นอย่างไรต่อไปหนอ
ระหว่างที่ผมกับรุ่นน้องนั่งถกปัญหาเรื่องเกมก่อนที่ป้าจะมานั่งด้วย เรื่องการเลือกซื้อเกม ราคาเป็นหมื่นๆ เหมือนซื้อกันง่ายๆ เหมือนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต กับป้าซึ่งเงินแค่4-5พันหากันเลือดตาแทบกระเด็นยังหาไม่ได้ มันสะท้อนใจผมยิ่งนัก
ป้าเล่าให้ฟังถึงเรื่องการขวนขวายจะไปหางานทำที่กรุงเทพ ก็ถูกโกงเงิน จากคนรู้จักที่ขอไปพักด้วย จากคนที่แกจะไปทำงานด้วย ตำรวจก็ไม่ช่วยอะไรแกเลยซักนิด แล้วดูเหมือนจะรวมหัวกันโกงเงินแกเสียด้วย
ฟังดูเหมือนเรื่องตอแหล แต่ผมเชื่อ เพราะมันมีความเป็นไปได้สูง เพราะประเทศไทยไม่ได้มีแค่กรุงเทพ หรือเมืองท่องเที่ยว ประเทศไทยยังมีคนจนที่ขยันขันแข็ง และเรื่องพวกน ทำนองนี้ี้ไม่ได้ผ่านหูผมเป็นครั้งแรก ผมเคยได้ยินจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ จากชาวบ้านต่างจังหวัดและญาติห่างๆ
ซักพักก็มีคนมาซื้อปลาหมึกอีกราย ป้าแกจึงไปบดปลาหมึกต่อ
ผมได้แต่บอกรุ่นน้องว่า "ประเทศไทยกำลังล่มจม ระบบสังคมกำลังล่มสลาย พวกเราคงรู้ว่าอะไรดีไม่ดี ถ้าพวกเรารอดไปได้ หวังว่าพวกเราคงจะสร้างสังคมใหม่ให้มันดีกว่านี้"
ถ้าพวกเรารอดไปได้หนะนะ
............................................
ผมกลับมาบ้าน แม่ผมก็ไปงานบวชมาเช่นกัน ที่จังหวัดอยุธยา
แม่เล่าให้ฟังว่า ญาติบางคนมาไม่ได้เพราะต้องเฝ้าบ้าน ต้องคอยอยู่บ้านตลอด
เพราะโจรมันชุกชุม มันจะขับรถกระบะมาจอดเทียบหน้าบ้าน ถ้าไม่มีคนอยู่ มันก็จะพยายามเลื่อย พังเข้าบ้านยกเค้าไปจนหมดสิ้น โดนกันมาหลายราย และมันมีอยู่ทั่วอยุธยา
ทำให้ผมนึกถึงอีกเรื่องที่คุณป้าขายปลาหมึกเล่าให้ฟัง
แกบอกว่า แกโบกรถติดรถบรรทุกมาตอนกลางคืนวันหนึ่ง
คนขับเล่าให้ฟังว่า คนสมัยนี้มันร้าย มันให้หญิงสาวมาโบกรถ แล้วก้พาไปส่งตรงที่มีคนดังวุ่มรอปล้นอยู่
ที่ผมมาเล่าตรงนี้ไม่ได้จะบอกว่า "ระวังทรัพย์สินของท่าน เพราะโจรชุกชุม"
ผมจะมาถามให้ท่านลองคิดดูเล่นๆยามว่างว่า "คนเรามันเป็นอะไรไปกันหมดแล้ว"
ในหัวคนเรามีอะไรกัน
เราเอาแต่คิดเรื่องอะไรกัน
เราถึงได้ทำให้สังคมเลวลงทุกวันๆ
ผมก็ได้แต่คิด ผมคงทำอะไรได้ไม่มาก
ที่พยายามทำก็คือ การไม่ทำความชั่ว หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน และ ถ้ามีช่องทางที่จะทำความดีหรือช่วยเหลือผู้อื่นได้ ให้รีบทำ
ผมก้พยายาม ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ยึดมั่นและทำต่อไป
ผมคนเดียวคงไม่ได้ทำให้สังคมมันดีขึ้นมาได้หรอก หรือ สิ่งที่ผมทำทั้งหมดมันอาจไม่มีผลต่อสังคมเลยซักนิด
ทุกอย่างยังคงเดิม ผู้คนยังนับถือเงินเป็นพระเจ้ามากว่าน้ำใจ และรักใครแต่ความงามภายนอก
ผู้คนยังคงนึกถึงแต่เรื่องเงินมาบำเรอให้ตนมีความสุขมากกว่าจะคิดหาวิธีอยู่อย่างสงบสุข
สังคมคงค่อยๆพังทลายลงช้าๆ
ผมเองได้แต่มองมันพัง (หลายครั้งก็สะใจที่มันพัง เพราะมันฟอนแฟะเหลือเกิน)
ถ้าพวกเรารอดไปได้
ช่วยกันสร้างสังคมใหม่ให้มันดีกันเถอะ
พูดไปก้เหมือนเด็กปัญญาอ่อน
แต่ผมก็หมายความว่างั้นแหละ
............................................
ป.ล. พระออกมาจากโบสถ์ ประโยคแรกที่พูดคือ "นินเทนโดหละโยม?"
..........................................................................
ผมได้มีโอกาศเดินทางไปงานบวชรุ่นน้องที่จังหวัดกาญจนบุรี
ระหว่างที่ผมรอรุ่นน้องที่กำลังจะเป็นพระออกมาจากโบสถ์
ผมก็เดินไปซื้อปลาหมึกย่าง (แบบที่ต้องบด) มากิน
ปลาหมึกมันเหนียวมาก ต้องออกแรกกันมากโขอยู่กว่าจะบดให้มันออกมาดูดี ดูกินง่าย
ผมยืนดูคุณป้าคนขายบดปลาหมึก คุณป้าเป้นคนผอมๆดำๆธรรมดาตามประสาคนต่างจังหวัด คุณป้าถามผมว่า "ถ้าเป็นหนูจะทำไหวไหมนิ" ผมตอบว่า "ไม่แน่ใจครับ" ผมไม่แน่ใจจริงๆว่าผมจะสู้ชีวิตแบบคนต่างจังหวัดไหวไหม
จ่ายเงินเสร็จผมก็มานั่งม้านั่งที่มีโต๊ะกลมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่พอสมควร ซึ่งอยู่ติดกับรถจักรยานยนต์ขายปลาหมึกของคุณป้า ต้นไม้ใหญ่พอที่จะบังแดดได้เป็นอย่างดี
ผม บีบี และ รุ่นน้องอีก2คนนั่งอยู่ตรงนั้น
ซักพักคุณป้าก็มานั่งด้วย
คุณป้าเล่าให้ฟังว่า หากเมื่อวานฝนไม่ตกหนัก ป้าแกคงขายได้ดีกว่านี้
เพราะงานเลี้ยงเมื่อคืนเป็นงานใหญ่มากๆ คนมีคนมาเยอะ และคงมีคนซื้อปลาหมึกหลายคนอยู่
แกถามว่าพวกเรามาจากกรุงเทพหรือ? ใช่ครับ พวกเราตอบไป
พวกเราเรียนจบกันหมดแล้ว รอแค่ทำงาน (ผมเรียนต่อ)
คุณป้าบอกว่าก็คงดีเนอะเรียนจบสูงๆ จะได้ทำงานออฟฟิศห้องแอร์
ผมเข้าใจไอเดียของป้านะ แต่มันก็ไม่ถูกต้องซะทีเดียว มันเป็นแค่ความฝันของคนไทยส่วนใหญ่
ป้าเล่าให้ฟังว่า ลูกสาวแกจบ ม.3 แกอยากให้ลูกสาวแกเรียนต่อ แต่ไม่มีเงินจะส่งเสีย รุ่นน้องคนนึงที่มีบ้านเกิดอยู่จังหวัดนี้ก็เลยแนะแนวทางการเรียนเอาวุฒไป ซึ่งมันก็ไม่ได้แพงมากมาย แต่ทว่า ป้าแกบอกว่า ลูกแกบอกว่าไม่อยากเรียน
ผมเอาแต่นึกถึงว่าป้าแกก็ดูเป็นคนจนๆ หาเช้ากินค่ำ วันนี้แกยังหาเงินไม่ได้เท่าเงินในกระเป๋าสตางค์ของผมเลย และยังไม่เท่าเงินใส่ซองด้วยซ้ำ ไหนลูกสาวกำลังเป็นวัยรุ่นวัยเกรียนไม่อยากเรียนไม่อยากทำงานไปเสียอีก ชีวิตแกจะเป็นอย่างไรต่อไปหนอ
ระหว่างที่ผมกับรุ่นน้องนั่งถกปัญหาเรื่องเกมก่อนที่ป้าจะมานั่งด้วย เรื่องการเลือกซื้อเกม ราคาเป็นหมื่นๆ เหมือนซื้อกันง่ายๆ เหมือนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต กับป้าซึ่งเงินแค่4-5พันหากันเลือดตาแทบกระเด็นยังหาไม่ได้ มันสะท้อนใจผมยิ่งนัก
ป้าเล่าให้ฟังถึงเรื่องการขวนขวายจะไปหางานทำที่กรุงเทพ ก็ถูกโกงเงิน จากคนรู้จักที่ขอไปพักด้วย จากคนที่แกจะไปทำงานด้วย ตำรวจก็ไม่ช่วยอะไรแกเลยซักนิด แล้วดูเหมือนจะรวมหัวกันโกงเงินแกเสียด้วย
ฟังดูเหมือนเรื่องตอแหล แต่ผมเชื่อ เพราะมันมีความเป็นไปได้สูง เพราะประเทศไทยไม่ได้มีแค่กรุงเทพ หรือเมืองท่องเที่ยว ประเทศไทยยังมีคนจนที่ขยันขันแข็ง และเรื่องพวกน ทำนองนี้ี้ไม่ได้ผ่านหูผมเป็นครั้งแรก ผมเคยได้ยินจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ จากชาวบ้านต่างจังหวัดและญาติห่างๆ
ซักพักก็มีคนมาซื้อปลาหมึกอีกราย ป้าแกจึงไปบดปลาหมึกต่อ
ผมได้แต่บอกรุ่นน้องว่า "ประเทศไทยกำลังล่มจม ระบบสังคมกำลังล่มสลาย พวกเราคงรู้ว่าอะไรดีไม่ดี ถ้าพวกเรารอดไปได้ หวังว่าพวกเราคงจะสร้างสังคมใหม่ให้มันดีกว่านี้"
ถ้าพวกเรารอดไปได้หนะนะ
............................................
ผมกลับมาบ้าน แม่ผมก็ไปงานบวชมาเช่นกัน ที่จังหวัดอยุธยา
แม่เล่าให้ฟังว่า ญาติบางคนมาไม่ได้เพราะต้องเฝ้าบ้าน ต้องคอยอยู่บ้านตลอด
เพราะโจรมันชุกชุม มันจะขับรถกระบะมาจอดเทียบหน้าบ้าน ถ้าไม่มีคนอยู่ มันก็จะพยายามเลื่อย พังเข้าบ้านยกเค้าไปจนหมดสิ้น โดนกันมาหลายราย และมันมีอยู่ทั่วอยุธยา
ทำให้ผมนึกถึงอีกเรื่องที่คุณป้าขายปลาหมึกเล่าให้ฟัง
แกบอกว่า แกโบกรถติดรถบรรทุกมาตอนกลางคืนวันหนึ่ง
คนขับเล่าให้ฟังว่า คนสมัยนี้มันร้าย มันให้หญิงสาวมาโบกรถ แล้วก้พาไปส่งตรงที่มีคนดังวุ่มรอปล้นอยู่
ที่ผมมาเล่าตรงนี้ไม่ได้จะบอกว่า "ระวังทรัพย์สินของท่าน เพราะโจรชุกชุม"
ผมจะมาถามให้ท่านลองคิดดูเล่นๆยามว่างว่า "คนเรามันเป็นอะไรไปกันหมดแล้ว"
ในหัวคนเรามีอะไรกัน
เราเอาแต่คิดเรื่องอะไรกัน
เราถึงได้ทำให้สังคมเลวลงทุกวันๆ
ผมก็ได้แต่คิด ผมคงทำอะไรได้ไม่มาก
ที่พยายามทำก็คือ การไม่ทำความชั่ว หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน และ ถ้ามีช่องทางที่จะทำความดีหรือช่วยเหลือผู้อื่นได้ ให้รีบทำ
ผมก้พยายาม ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ยึดมั่นและทำต่อไป
ผมคนเดียวคงไม่ได้ทำให้สังคมมันดีขึ้นมาได้หรอก หรือ สิ่งที่ผมทำทั้งหมดมันอาจไม่มีผลต่อสังคมเลยซักนิด
ทุกอย่างยังคงเดิม ผู้คนยังนับถือเงินเป็นพระเจ้ามากว่าน้ำใจ และรักใครแต่ความงามภายนอก
ผู้คนยังคงนึกถึงแต่เรื่องเงินมาบำเรอให้ตนมีความสุขมากกว่าจะคิดหาวิธีอยู่อย่างสงบสุข
สังคมคงค่อยๆพังทลายลงช้าๆ
ผมเองได้แต่มองมันพัง (หลายครั้งก็สะใจที่มันพัง เพราะมันฟอนแฟะเหลือเกิน)
ถ้าพวกเรารอดไปได้
ช่วยกันสร้างสังคมใหม่ให้มันดีกันเถอะ
พูดไปก้เหมือนเด็กปัญญาอ่อน
แต่ผมก็หมายความว่างั้นแหละ
............................................
ป.ล. พระออกมาจากโบสถ์ ประโยคแรกที่พูดคือ "นินเทนโดหละโยม?"

มิสๆนะ แวะไปเยี่ยมลินบ้างละ
#1 By Amilin on 2007-04-17 21:11