ความฟุ้งซ่านวันนี้

posted on 02 Sep 2006 19:00 by poonpoon  in MYSTORY

อีกครั้งกับความฟุ้งซ่าน

..............................................

หลังจากที่อ่านบลอกฉลาม ก็ได้ทราบเรื่องราวของเพื่อนพ้องว่ากำลังอ่อนแอป๊อกแป๊กเพียงใด การพูดตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าผมจะเข็มแข็งกว่ามันซักเท่าไหร่เพียงแต่เหตุการณ์ที่เผชิญนั้นแตกต่างกัน แต่ลงท้ายคงจะให้ความรุ้สึกคล้ายๆกัน

ผมเดาเอาเองว่าฉลามคงจะอกหักอีกแล้วกระมัง และพรึ่สเพร้อถึงเรื่องความอ้างว้างเดียวดายในชีวิต การอยากมีใครสักคน.....

ผมก็อยากมี

..............................

ชีวิตช่วงนี้ดำเนินไปอย่างยากลำบาก เพราะเรียนหนัก

"เรียนหนัก" อาจดูเป็นคำธรรมดา แต่ผมคิดว่ามันไม่เหมือนกันในแง่ความมากน้อย แต่เหมือนกันในแง่ความรู้สึกที่ "เหลือทน"

การที่พากเพียรพยายามทำอะไรซักอย่างที่คาดเดาอนาคตไม่ได้ บางครั้งมันก็หลอน

หลอนตรงที่ว่า เราต้องเหนื่อย ต้องอดทนเข้มแข็งมากมายเพื่อจะได้บรรลุจุดประสงคืที่ตั้งใจไว้ แต่เมื่อบรรลุแล้ว มันจะคุ้มค่ากันไหมกับสิ่งที่ต้องเสียไป

เอาเรื่องของผมเป็นตัวอย่าง ผมตั้งหน้าตั้งตาเรียนปริญญาโทอย่างขมักเขม้น พยายามมากที่สุดเพื่อจะได้ความรู้และประสบความสำเร็จมากที่สุด แต่เมื่อจบแล้วผมจะได้อะไร? หน้าที่การงาน เงิน? แล้วถ้าเกิดผมได้เงินไม่คุ้มค่าเหนื่อยหละ ไม่เท่ากับคนอื่นๆที่เรียนแบบอื่นๆมาหละ ผมเลือกทางผิดไหมที่ต้องเรียนให้ยากลำบากเปล่าๆทั้งๆที่ไม่ต้องเรียนก็ทำมาหากินได้สบายๆเช่นกัน.....

ผมประหลาดใจในตนเองว่าทำไมไม่ไปทำอะไรที่ทำให้เรา "รวย" ดีกว่าจะมานั่งหลังขดหลังแข็งอ่านหนังสือ

รวยแล้วได้อะไร? ก็มีเงินสรรหาอะไรต่างๆที่อยากได้ สนองความอยากได้เต็มที่

ผมก็อิจฉาเพื่อนฝูงที่มีเงินใช้มากมายเหมือนกัน แต่ผมก็ยังจะเลือกเรียนแบบนี้

มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในอกของผมที่บอกให้ผมเลือกอะไรที่มันมีคุณค่า ส่วนทำไมนั้นผมไม่รู้

ผมใช้ชีวิตอย่ในความไม่รู้ว่าทำไมผมถึงเลือก มันอาจจะเป็นความชอบลึกๆอยู่ในใจ

แต่ทว่าระหว่างทางที่เลือกแล้วมันช่างลำบากนัก.....

............................................................................

วันๆผมเอาแต่เรียนกับอ่านหนังสือ

วันๆผมมีเวลาว่างแค่ราวๆ2ชั่วโมงก่อนนอน

ถามแผนการณ์แล้วอนาคตจะสบายขึ้น แต่ตอนนี้หนักหน่วงมาก

ยิ่งตั้งใจเรียนมากขึ้นเท่าไร ความเหงาและความหดหู่ยิ่งทวีคูณ

ยิ่งฝึก ธาตุไฟยิ่งเข้าแทรก

รู้สึกเหมือนจะธาตุไฟแตกอยู่เรื่อยๆ

ขนาดฝึกมากแล้ว ยังรุ้สึกว่ายังไม่เก่งพอ นี่ผมกำลังจะบ้าไปแล้วใช่ไหม

โลกของผมในตอนนี้เหมือนมีแค่ฆ้องอันว่างเปล่ากับผมและหนังสือเท่านั้น

ฝึกมากยิ่งฟุ้งซ่าน ไม่มีทางออก ไม่รู้จะทำอย่างไรให้มันหายอ่อนแอ

ไปหาสาวๆคงจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับผม แต่ทว่า.....

มันเป็นสิ่งที่บั่นทอนพลังในการฝึกวิชา เพราะต้องใช้เวลา.....

มันช่างน่าปวดหัวเสียนี่กระไร

ผมคิดทางออกพิศดารขึ้นมาอย่างหนึ่งคือ "ไปจีบสาวกันเถอะ"

เมื่อก่อนเคยคิดว่าทำไมคนเรามันถึงจับคู่เป็นแฟนแต่งงานมีลูกกันได้วะ

นี่อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่ง ความเหงา ความเดียวดาย

ซึ่งการมีครอบครัวน่าจะเป็นการปิดจุดอ่อนจุดนี้ได้ดีทีเดียว

เพราะเวลาเราต้องการใครซักคน เราก็มั่นใจได้ว่าอีกคนจะอยู่เพื่อเราเสมอ ตามกฏที่ชอบตั้งกัน

แต่มันก็มีปัญหาขึ้นมาอีก ถ้าคนเรามันเหงาไม่ตรงกัน ใจมันไม่ตรงกันมันก็เศร้า

สมมุดว่า....

กรณีที่ 1 ผมเหงามาก ชอบสาว ก สาว ก เฉยๆ มันก็จบ

กรณีที่ 2 ผมเหงามาก ชอบสาว ข สาว ข ก็เหงามาก แต่ชอบนาย ค มันก็จบ

กรณีที่ 3 ผมเหงามาก ชอบสาว ง แต่สาว จ มาชอบ มันก็จบ

โอ้ย ฟุ้งซ่าน!

สรุปว่ามันเป็นเรื่องไม่แน่นอน อะไรที่ไม่แน่นอนผมก็ไม่ค่อยชอบ

หากเกิดอะไรขึ้นมา มันยิ่งบั่นทอนพลังมากมาย รบกวนสมาธิอย่างมหาศาล พาลจะเสียสติเอาได้

ผมคิดว่าอดทนไปฝึกวิชาดีกว่า

การจะฝึกวิชาให้ได้ผลต้องทุ่มเทกับมันให้เต็มที่

แต่คนเรานั้นมีขีดจำกัด ถึงผมรู้สึดฃกได้เลยเวลาอ่านหนังสือมากๆ เมื่อเกินขีดจำกัดแล้วจะไม่เข้าหัวเลย

ดังนั้นต้องมีการพักผ่อนให้เหมาะสม

ผมเลือกเล่นเกมเล็กน้อย เล่นน้อยมากๆ มากอย่างที่เมื่อก่อนไม่มีทางทำได้

ที่ช่วยให้เล่นได้น้อยเพราะจริงจังกับเรื่องเรียนด้วย

เล่นเกมเพื่อผ่อนคลาย....

แต่ทางเล่นเกมไม่ค่อยเท่าไหร่

ผมเลือกการพักผ่อนที่คิดว่าดีมากก็คือ ไปหา สาว ก

ฟังแล้วดูเหี้ยมาก ถ้าบอกว่าเป็นเครื่องมือฝื้นพลัง แต่ผลลัพท์มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ มันฝื้นพลังได้! แต่มันก็มีผลข้างเคียงเช่นเดียวกับสารเสพย์ติดทั่วๆไป ต้องระวัง

ใจจริงผมก็ไม่ได้หวังแต่ได้ หรือได้เอา หรือทำธุรกิจหรอก

"ผมชอบเธอ ผมอยู่กับเธอบ้างแล้วผมรู้สึกมีความสุข ผมยิ้มได้ แล้วจะให้ผมทำยังไง"

ผมก็ต้องไปหาเธอ จนกว่ามันจะมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ทำให้ต้องแยกจากกันไป

แต่การที่ไม่เกิดความรุ้สึกรักเธอนั้นถือเป็นโชคลาภมากๆ เพราะถ้ารักใครเมื่อไหร่ ผมให้โทษตัวเองถึงตาย เพราะมันบั่นทอนชีวิต ยามรักถูกครอบงำด้วยความมืดแห่งการยอมรับไม่

"แต่ยังไงผมก้อยากรักเธออยู่ดี" แค่อยากและหวังว่าวันหนึ่งผมน่าจะเกิดความรู้สึกรักใครขึ้นมาได้อีก

รักที่ไม่ใช่หลงเพียงชั่วครู่

ตอนนี้สาว ก คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำให้ผมยึดติดอยู่กับโลกใบนี้ โลกของคนธรรมดาทั่วๆไป

จริงๆนะ การที่เราละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำสิ่งๆเดียว มันจะมีพลังมหาศาล แต่ไร้ความสมดุล

จะใช้ชีวิตอย่างไรดีนะ ถึงจะสมดุล และมีความสเถียรสูงสุด

....................................................

ยามหดหู่มักนึกถึงความรัก ขจัดปัดเป่าความรู้สึกแย่ๆทั้งหมดออกไป

ให้ความรู้สึกสบาย เหมือนเราขดตัวอยู่ในอะไรซักอย่างที่อบอุ่น........

ฉันถวิลหาถึงมันยิ่งนัก

......................................................

Hello darkness, my old friend,
I've come to talk with you again,
Because a vision softly creeping,
Left its seeds while I was sleeping,
And the vision that was planted in my brain
Still remains
Within the sound of silence.
In restless dreams I walked alone
Narrow streets of cobblestone,
'Neath the halo of a street lamp,
I turned my collar to the cold and damp
When my eyes were stabbed by the flash of a neon light
That split the night
And touched the sound of silence.

And in the naked light I saw
Ten thousand people, maybe more.
People talking without speaking,
People hearing without listening,
People writing songs that voices never share
And no one dare
Disturb the sound of silence.

"Fools" said I, "You do not know
Silence like a cancer grows.
Hear my words that I might teach you,
Take my arms that I might reach to you."
But my words like silent raindrops fell,
And echoed
In the wells of silence

And the people bowed and prayed
To the neon god they made.
And the sign flashed out its warning,
in the words that it was forming.
And the sign said, "The words of the prophets

are written on the subway walls
And tenement halls."
And whisper'd in the sounds of silence.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านดูก็รู้ว่าพี่ฟุ้งซ่านจริงๆ....
เรื่องเรียน...ตอนนี้ก็รุ้สึกแบบนั้นเหมือนกันนะ เพราะรุ้สึกว่าตัวเองก็เรียนหนักมาก ไม่รุ้เรียนไปทำไมมากมาย เหมือนท่พี่ว่าถ้าจบมาแล้วได้เงินไม่คุ้มค่าเหนื่อยล่ะ แล้วถ้าเราจบมาไม่ได้ทำงานตามที่เราได้เรียนมาละ เเรจะทนเรียนไปทำไม...แต่ก็ได้แค่บาน ทำไรมากกว่านี้ไม่ได้

ฉันเยาว์ฉันเขลาฉันทึ่ง
ฉันจึงมาหาความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว^___^
ก้อดูฟุ้งซ่านดีนะ
แต่ว่าฟุ้งซ่านแบบน่าคิดน่ะ

น่าคิดว่าสิ่งที่เราเลือกน่ะ
ดีแล้วจิงๆ หรอ


สิ่งที่เราทำอยู่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดก้อได้ แล้วก้ออะไรอีกมากมาย

มีสว่าการอัพครั้งนี้ สุดยอดจิง ๆ
แบบว่า ถ่ายทอดได้เห็นภาพมั่กมาก

ปล. แต่ยังไงก้อสู้ ๆ นะ
ไม่ว่าจะเลือกทำอะไรลงไป มันก้อเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนั้นแล้วไม่ใช่หรอ....

มีสว่าถ้ายังงั้นเราก้อไม่ต้องไปกังวลกะสิ่งที่เราเลือกนั่นหรอก เพราะตอนที่เราเลือก เราก้อต้องคิดอย่างที่ดีสุดแล้ว ช่ะม่ะ?

#2 By missy (58.9.123.24) on 2006-09-03 00:25

ไม่รู้สึก
ถึงความฟุ้งซ่าน .. เลยแฮะ

คงเป็นเพราะบางที
เราเป็นคนคิดมากกว่านี้
ก็ได้มั๊ง

แล้วพอได้อ่าน
บางช่วง
มันรู้สึกเหมือนเข้าตัวอย่างไงไม่รู้สิ

เวลาที่รู้สึกแบบนี้
ก็จะคิดว่า กูผ่านคืนนี้ไปก็พอ

.
.
บางวันที่สุข
ก็คิดถึงวันที่ทุกข์บ้างก็ดี



.
.
ปล. ความสุข ถึงแจกไม่ได้ก็อยากจะให้
ปล2. ช่วงนี้เรียนหนักมากๆ กันทุกคน.. (อาจจะเป็นเพราะก่อนสอบ)

#3 By amaie* on 2006-09-03 00:37

-_-"

#4 By Life Becoming A Landslide on 2006-09-03 01:52

เพลงนี้อีกแล้ว
อีกแล้ว
อีกแล้ว
มันมากไปแล้วกับเพลงนี้

เที่ยวนี้

ใครถือกีต้าร์มาร้องเพลงนี้อีก จะเอากีต้าร์ฟาดหัวมัน
ปล. แต่ก้แนะนำมิวสิค
มันดีกว่ามาก
โหยหา อย่า โหยไห้...

เคยได้ยินเพลงนี้เมื่อตอนเด็ก

พอได้อ่านเนื้อเพลงตอนนี้แล้ว...

เมื่อผู้คนต่างเปิดปากพูดแต่ไม่มีใครคุยกัน
ผู้คนต่างได้ยินอต่ไม่มีใครได้ฟัง
และเขียนเพลงซึ่งสำเนียงเหล่านั้นไม่เคยถูกถ่ายทอด....

ช่วงนี้ชีวิตข้าพเจ้าก็เป็นเช่นนี้แฮะ....
แอะอะก็ สาว ก สาว ก

เห็นบ่นถึงสาว ก มานานนมแล้วนะ

#8 By nuut on 2006-09-03 09:49

ความรัก พูดเท่าไหร่ก็ไม่จบเนอะ ถ้าให้เวลาเขียนถึงความรัก อาจเขียนได้เป็นวันๆ เลยมั้ง อย่าเครียดนะครับ อืมม เป็นกำลังใจให้ฝึกวิทยายุทธ์จนสำเร็จเน้อ

#9 By POP on 2006-09-03 14:42

แล้วสาว ป. ล่ะ ฮา

#10 By Bb on 2006-09-04 08:25

สู้ๆๆนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้

ตอนนี้ลำบากเพื่ออนาคตที่สวยงามนะจ๊ะ

ตอนนี้ติ๊กก็เหนื่อยเหมือนกันเฮ้อออออ

#11 By ~นู๋ติ๊ก~ on 2006-09-04 11:50

"ไม่อยากขาดกำลังใจในการดำเนินชีวิต"


เป็นสิ่งเสพติดที่หอมหวาน
ทำให้เรานั่งยิ้มคนเดียวได้ เวลานึกถึง
แต่ก้อต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้ติดมากเกินไป

เฮ้อออ "ชีวิต"

#12 By timmii on 2006-09-04 12:39

ชอบเพลงนี้มากๆเลยครับ

#13 By inexist on 2006-09-05 15:22

แก้ต่างก่อนน๊า
ไม่ได้อกหักประการใด
แค่รู้สึกเศร้า...
ที่ไม่มีแม้คนให้คิดถึง
ไม่ต้องไปถึงขนาดอกหักหรอก
จะจีบคัยก็ยังไม่มีเลย..

และอีกครั้งในชีวิตที่กระผม
ได้ทำหั้ยคนสองคนดีกัน
รักกันอีกครั้ง
แต่ตัวผมเองกลับไม่เคยได้มีความรุ้สึก
แบบนั้นเรย
ต้องอยู่คนเดียว
ไม่รุ้อีกนานเท่าไหร่...

ส่วนเนื้อหานัยบล๊อกหนะ

มันคือความเจรงที่เราต้องเจอหนะ
กูว่านะ
ถ้าไม่หั้ยเราฟุ้งซ่าน
แม่งตายไปดีกว่าหวะ
เบื่อใช้ชีวิตแล้วเหมือนกัลป์

#14 By ☆BεstzuY@★ on 2006-09-07 18:22

เหมือนชีวิตไม่ค่อยสมดุลย์เลยอ่ะ

ผ่อนคลาย-ตรึงเครียด อย่าปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายนึงครอบครองตัวเราดิ

#15 By scytonema on 2006-09-09 00:54

ทำง่ายๆๆๆมากๆๆอ่ะคะ
แบบไม่ต้องอบเลยนะ
ใช้แช่ตู้แทน
ว่างๆๆจะสอนทำจ้า

#16 By -teacher-aorr- on 2006-09-14 13:53

เราก็ไกล้วสอบ ฟุ้งซ่าน*2 ว่าจะอ่านก็ไม่ได้อ่าน