BABEL

posted on 17 Apr 2006 13:30 by poonpoon  in ARTICLE

Come, let us descend and confuse their language, so that one will not understand the language of his companion".

Genesis 11:7

...........................................

GOD

........

ขณะนั่งเรียนอยู่ในห้องเลคเชอ

หลายครั้ง ผมจะเหม่อลอย แล้วคิดอะไรบางอย่าง

วันหนึ่งผมคิดถึงเรื่อง "พระเจ้า"

ว่านับวัน ผมยิ่งเชื่อในพระเจ้า ว่าพระเจ้าต้องมีอยู่จริง แต่ว่าอยู่ในรูปแบบไหนนั้น ผมไม่รู้

คุณอาจจะบอกว่า ยิ่งเรียนวิทยาศาสตร์ต้องยิ่งไม่เชื่อเรื่องพวกนี้สิ ต้องเชื่อว่าทุกอย่างพิสูจน์ได้ไม่ใช่หรือ?

เพราะว่ามันเรียนรู้มากๆเข้า ก็เลยทำให้รู้ถึงสิ่งที่น่าทึ่งหลายสิ่งหลายอย่าง

กลไกที่ซับซ้อนเกินกว่ามนุษย์บ้านๆจะจินตนาการออก

เช่น

ในเซลของร่างกายเรามีรหัสพันธุกรรมอยุ่ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในการแปลรหัสสร้างโปรตีนที่แตกต่างกัน

สารพันธุกรรม (DNA) สามารถจำลองตัวเองให้เหมือนต้นแบบ และ ถอดรหัสออกมาเป็น RNA เพื่อแปลรหัสเป็นโปรตีนได้

DNA มีอยู่แค่4ตัวอักษร A G T(เปลี่ยนเป็น U ใน RNA) C รวมกันเป็นคำสั้นๆ ครั้งละ3ตัว ได้ 64รูปแบบ มีรหัสเริ่มต้น1แบบ หยุด3แบบ ที่เหลือใช้สำหรับแทนค่ากรดอมิโน ซึ่งมีบางคำแปลได้กระอมิโนซ้ำกัน เพราะกรดอมิโนมีแค่20ชนิด

นอกจากโปรตีนแล้วยังมีสารมากมายหลายอย่างมารวมอยู่กันเป็นเซลได้

มันมาได้ไง (วะ)

มันเป็นกลไกที่(โคตร)ซับซ้อน ที่เซลๆหนึ่งจะมีชีวิตอยู่รอดได้

ยิ่งคิดว่ามันมาจากไหนยิ่งหลอน

ใครจะสร้างกลไกละเอียดซับซ้อนขนาดนี้ได้(วะ) นอกจาก "พระเจ้า"

บางทีพระเจ้าอาจะเป็นสิ่งที่เราเรียกว่าธรรมชาติ ก็ได้

(ครั้งหนึ่งผมคิดว่า พระเจ้าคือ ความต้องการของอะตอมที่จะมีความเสถียร)

แล้วผมก็คิดต่อไปว่า เซลมันจะดิ้นรนมีชีวิตรอดไปเพื่ออะไร (มีชีวิตไปเพื่ออะไร)

พยายามสืบพันธุ์ ทำยังไงก็ได้ ให้มีเซลอื่นๆอยุ่ต่อไปบนโลกนี้ มันทำไปทำไม

..........ครั้งหนึ่งผมเคยคิดว่า มันคงเป็นการไปถึง "ความเป็นนิรันดร์" มั้ง เพื่อคงอยู่ตลอดไป เพื่อตอบสนองอะตอม เพื่อตอบสนองการมีตัวตนของจักรวาล

แต่วันก่อนผมกลับคิดสวนแนวว่า มันอาจจะเป็นการ "หาจุดจบ" ก็เป็นได้

หากไม่มีจุดเริ่มต้น ก็ไม่มีจุดจบ(เช่น วัฏจักร)

แต่ถ้าหากมีจุดเริ่มต้นก็คงจะต้องมีจุดจบ

หรือว่า เราต้องการจะออกจากวัฏจักร

ออกจากการมีอยู่

ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับคำว่า นิพพาน(หลุดพ้น) ที่ชาวพุทธชอบพูดถึงกัน

นั่นก็เป็นแค่ทฤษดีที่ผมคิดขึ้นมายามที่จิตใจเหม่อลอยออกไปนอกเนื้อหาวิชาที่เรียนอยู่เท่านั้น

........................................................

TOWER

..............

เซลก็มีทิศทางที่จะอยุ่ต่อไปเรื่อยๆ ผ่านกาลเวลา เพื่ออะไรซักอย่าง

วิทยาศาตร์หรือวิทยาการของมนุษย์ก็คงจะเหมือนๆกัน

ทุกครั้งที่ผมคิดว่า "กูมานั่งเรียนทำไมให้มันปวดกบาลวะ สู้ไปหาเรียนอะไรที่มันทำเงินแล้วเอาไปฟุ่มเฟือยกับสิ่งมัวเมาทั้งหลายไม่ดีกว่าหรือไง....."

เรียนแล้วได้อะไร ได้แต่ความรู้ แล้วเราจะสามารถค้นพบอะไรที่มันพลิกโลกได้หรือ อย่างเราๆเนี่ย มันจะได้โนเบลเหรอ.....

ผมปลอบใจตัวเองเสมอว่า อย่างน้อยเราก็กุมความรู้ที่สำคัยที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีตกาลไว้กับตัว นักวิทยาศาสตร์ หรือ คนอื่นๆก็เก็บงำความรู้ที่อาจจะเหมือนหรือแต่ต่างกันจากอดีตเช่นกัน

ถ้าไม่มีอดีต ก็ไม่มีปัจจุบัน ไม่มีปัจจุบันก็ไม่มีอนาคต

ไม่มีบันไดขั้นแรก ก็ไม่มีขั้นต่อไป

ตอนนี้เราได้เหยียบย่ำอยู่บนบันไดที่บุคคลในอดีตได้สร้างไว้

เราคือบันไดขั้นปัจจุบัน ที่รอคนรุ่นหลังเหยีบย่ำเราขึ้นไป หรือสร้างบันไดขั้นต่อๆไปตามกาลเวลา

ว่าแต่ บันไดมันจะขึ้นไปถึงไหน(วะ)

มันก็เป็นปริศนาอยู่ แต่สำหรับผม ผมคิดว่า พวกเรากำลังจะเป็น "พระเจ้า"

เรากำลังไปให้ถึงสิ่งที่เรียกว่า พลังของพระเจ้า

หรือที่เค้าเรียกแสบๆกันว่า "เล่นบทพระเจ้า"

พวกเราไม่ได้แค่เรียนรู้ แต่พวกเรายังรู้จักใช้มันด้วย

และด้วยความรู้ในปัจจุบัน เราก็เล่นบทพระเจ้าได้หลายอย่างอยู่ แต่ยังทำไม่ได้ทุกๆอย่าง

เช่น

เราสามารถรักษาคนป่วยได้หลายโรค เราสามารถหยุดความตายที่เคยคร่าผู้คนปริมาณมากมายมหาศาลในอดีต (แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีหลายโรคที่ทำสงครามกับเราตลอดมาตั้งแต่สมัยโบราณปัจจุบันก็ยังไม่เลิก)

บันไดที่เราสร้าง คิดไปคิดมามันก็เสมือนหอคอย

ต้องมีชั้นล่างก่อน ถึงจะมีชั้นบน

พวกเราช่วยกันสร้างหอคอยเพื่อให้สูงไปถึงสวรรค์ ถึงพลังแห่งพระเจ้า และเอาพลังนั้นมาใช้ตามชอบ

"เราต้องการที่จะเหนือธรรมชาติ" ?

มันอาจจะเป็นความต้องการที่อยุ่ลึกลงไปในจิตใจของเราทุกคนว่า ไม่ชอบให้ใครมายิ่งใหญ่เหนือเรา ลองคิดดูง่ายๆว่า ถ้ามีใครมันยิ่งใหญ่กว่า มีอำนาจมากกว่าซึ่งสามารถข่มเหงเราได้ เราถูกปกครอง เราจะชอบไหม?

ผมนึกถึงบทหนึ่งในไบเบิลพันธสัญญาเดิม (ก่อนพระเยซู) บทต้นกำเนิด มีส่วนหนึ่งกล่าวไว้ถึงว่า มนุษย์รวมกันเป็นหนึ่งเดียว พูดจาภาษาเดียว แล้วสร้างหอคอยที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ซึ่งพระเจ้าไม่พอใจ เพราะเหมือนเป็นการพยายามทำตัวให้ทัดเทียมพระเจ้า จึงสาปให้มนุษย์ พูดกันคนละภาษา ทำให้พวกมนุษย์แตกแยก ไม่สามรถสร้างหอคอยเทียบความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าได้อีกต่อไป (ในเล่มอื่นบอกอีกด้วยว่าพระเจ้าทำลายหอคอยลงด้วยลมพายุ)

และได้ตั้งชื่อหอคอยว่า "บาเบล" ซึ่งแปลว่าสับสน

ถ้าหากว่าวิทยาการของมนุษย์คือหอคอย มันคงไม่ต่างอะไรกับบาเบล

แล้วคราวนี้เราจะโดนพระเจ้าลงโทษทางใดกันหละ?

................................................................

ป.ล. แล้วตกลงมันจะได้อะไรดีขึ้นมา(วะ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กระผมก้อว่างั้นแหล่ะ เรียนทำไม สู้เอาเวลาไปทำอะไรที่เมามัน มั่วๆ

#1 By Bb on 2006-04-17 13:43

พระเจ้าหรอ
ก็คงจะจริงนะ เพราะว่ามันดูซับซ้อนมากจริงๆๆนะแหละ

#2 By ~นู๋ติ๊ก~ on 2006-04-17 13:49

เค้าเรียกอะไร


หาอะไรยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือเปล่า ?

#3 By the net that set me free * on 2006-04-17 14:10

คือก้คือว่านะ
มานม่ายค่อยเข้าจัยอ่ะนะ
((ก้มานยังเดกอยู่นี่หว่า))
คือม่ายเข้าจัยเรยอ่ะ

#4 By เดกงง (210.246.70.196) on 2006-04-17 16:13

เอเมน !!!

#5 By ♀ ต้นน้ำ ♀ on 2006-04-17 17:26

สงสัยคงเป็นการหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างนึงอ่าครับ
กูว่ามึงเป็นเอามากหวะห้อยศักดิ์
แม้ที่พูดมาก็ถูก
แต่ไม่มีประโยชน์ที่จะเถยงว่า
ทำไมไก่ตอ้งเกิดก่อนไข่
สู้ใช้ชีวิต ที่"สำเหนียก"นี่
ให้มีความสุข
คุ้มค่ากับการที่ได้ชื่อว่า
ครั้งหนึ่งกูได้เกิดมา
ในโลกทีสับสน
และซับซ้อนดีก่า นะเพื่อน..

#7 By ☆BεstzuY@★ on 2006-04-17 23:34

พระเ้จ้าอาจจะเปนตัวแทน สมมติก้อได้

#8 By - LittleMonkey - on 2006-04-18 08:15

อืม..... ลึกล้ำยิ่ง คิดไปก็หาคำตอบไม่ได้หรอก

#9 By フェイト on 2006-04-18 15:16

สาระอ๊ะเนี่ยสาระ อินเทรนด์ดีจัง

ระบบมันมาจากไหนรึ
เเหม เเจคพอตมันก็ต้องมีเเตกได้
เเต่ว่ามันไม่เป็นหวยลอคหรอกมั้ง คงจะฟลุคน่ะ

#10 By nuut on 2006-04-18 19:27

คิดมากไปไม่ดี
คิดดีดีมากๆดี

ให้มีความสุขครับ ทำอะไรคิดเอง

#11 By Soup on 2006-04-18 20:23

บ้างก็ว่าพระเจ้าเป็นอย่างนู้นอย่างนี้

บ้างก็ว่าพระเจ้าเป็นอย่างงั้นอย่างงู้น

หลังจากมีคนอ้างว่าพระเจ้าคือเงิน

ล่าสุดก้มีคนมาบอกว่าพระเจ้าชื่อจอร์จ

เปรียบเรามนุษย์ต่ำต้อยทั้งหลายเป็นกล้วยทอด

หารูไม่ แท้จริงแล้ว พระเจ้าคือ"ขี้"

สวัสดี
เฮ้ย
เค้าบอกว่าไม่ให้เปิด autoplay auto start
ไม่เคยฟังเลยใช่ไหม
ไม่เคยสนใจ
ใช้ของเค้าแล้วไม่มีความเกรงใจ
ไม่มีกฎเกรฑ์
อ๋อ เดี๋ยวนี้เป้นคนอย่างนี้เหรอ
อ๋อ พอมีความรู้แล้วเป้นอย่างนี้
อ๋อ แก่แล้วไม่เคารพกฎของเด็กเด็กเหรอ
อ๋อ นึกว่าเปนแฮรี่ พอตเตอร์แล้วจะเสกมมนตร์ใส่ใช่ไหม
อ๋ออออออ

***********************
ทำไรไม่ได้แต่ปั่นได้
...เอา
จะเอา
จะเอา
จะเอา
จะเอาเพลย์2
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับและยินดีมากๆเลยที่คุณเป็นลูกพระเจ้าเพราะผมชอบมากๆเลยเรื่องเกี่ยวกับศาสนาครับอยากศึกษาว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ถ้าคุณรู้จักพระเจ้าผมอยากแนะนำให้อ่านนิยายเรื่องหนึ่งครับเป็นนิยายที่กำลังจะมาฉายเป็นหนังเรื่องรหัสลับดาวินชี่ครับแล้วคุณจะได้สาระเกี่ยวกับพระเจ้าอีกเยอะเลยครับ

#14 By BENKE on 2006-04-20 19:54

จิงเหยอ

#15 By nuut on 2006-04-20 22:06

วันนี้ผมได้นำอีกเรื่องมาลงบล๊อคแล้วครับแต่อยู่ในเอนทรี่เดิมถ้าสนใจไปอ่านกันได้นะครับ^ ^

#16 By BENKE on 2006-04-21 21:22

พระเจ้ากับสวรรค์คู่กันหรือเปล่าเน้อ

#17 By amaie* on 2006-04-22 22:34

แวะมาทักจ้า ตกใจโปสเตอร์หนังเอนทรี่ก่อนอะ
วิทยาการของมนุษย์คงไม่ใช่บาเบลหรอก เพราะบาเบลนั้นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ความสะดวกสบาย

แต่วิทยาการมันเหมือนกับการนำความสะบายใส่ตนมากกว่า