หมายเหตุ : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดเอาเองว่าเขียนได้ดีที่สุด(ผมชอบที่สุดว่างั้น)
ผมจึงไปกู้คืนกลับมา....และยกให้เป็นเรคคอมเมนด์
.......................................
DRUNK OF THE MONTH OF THE DRUNK
"ตี๊ดๆๆๆ"
นาฬิกาปลุกร่ำร้องให้ตื่นนอนอย่างเร่งรีบ
ตื่นจากความฝันอันบ้าบอ
"หลับแบบเว้นช่วง เพื่อให้ช่วงที่เว้นกระตุ้นให้ตื่น"
"หลับแบบเส้นประ แล้วจะตื่นตามช่องว่างที่เว้นไว้พอดี"
"หลับ ตื่น หลับ ตื่น"
what a fuck ?
ตื่นแล้วยังไม่วายที่จะผจญความบ้าบ้อ
"อาบน้ำอุ่นแบบไหน เพื่อให้เกิดควมพอดีกับเวลา"
"กะเวลาให้พอดีกับการสระผม เหมือนโรงงาน"
เป็นบ้าอะไรเนี่ย?
ไม่ว่าจะบ้าบอเพี้ยนหนักสักแค่ไหน วันนี้ก็ออกจากบ้านมาได้ตามปกติ
วันนี้รู้สึกอากาศเย็น จึงไม่พับแขนเสื้อขึ้น
การเดินออกจากซอยเพื่อไปนั่งมอเตอร์ไซค์วันนี้ทำไมมันถึงได้คึกคักนัก
เพลง atomic (ลองฟังดูจากเอนทรี่ก่อนหน้านี่) วันนี้รู้สึกว่าจะมันส์กว่าทุกวัน
ความรู้สึกภายในให้ความรู้สึกว่า "ละมุด" มากๆ
ละมุดเป็นอย่างไร วันนี้เพิ่งถึงบางอ้อ
ยังไงก็แล้วแต่ ตื่นไหวก็โอเค
มองดูหลังมือมีจ้ำเล็กๆสีแดง เหมือนโดนเข็มอะไรสักอย่างทิ่มหลายรอย
เดินๆไปก้รู้สึกว่าขาขวามันเจ็บแปลบๆเหมือนขาจะเคล็ด
เดินๆไปยิ่งรู้สึกว่า
โลกของผมกำลังถูกสั่นคลอน
ไม่ว่ามันจะสั่นสะเทือนอย่างไร ไม่นานมันก็คงเป็นปกติ ผมหวังไว้ในใจว่าอย่างนั้น
อย่างที่มันเคยเป็น
..............................................
ผมรู้สึกตัวอีกทีเพราะผมได้ยินเสียงกุญแจตกพื้น
เธอนอนดิ้น ข้าวของหล่นเรี่ยราด
นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้วนะ
ตี 4
ผมงีบหลับไปนานแค่ไหน ผมเองก็จำไม่ได้
รู้เพียงแต่ว่า ต้องไปทำงานตอน 7 โมงครึ่ง
หากไม่รีบกลับบ้านไปตอนนี้อาจจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ทันได้
ผมจึงค่อยๆปลุกเธอ ด้วยการเรียกชื่อเธอเบาๆ
เธอสะดุ้งตื่นอย่างง่ายดาย แต่ก้มีทีท่าว่าจะหลับต่อไปอีก ผมจึงบอกว่า ควรจะเข้าหอได้แล้ว
ท่าทางเธอดีกว่าตอนแรกๆมากแล้ว ผมจึงค่อนข้างมันใจได้ว่าเธอคงไปถึงห้องได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล
ผมจึงเก็บข้าวของ แล้วพาเธอมาส่งที่หน้าประตูหอ
ซึ่งต้องไขกุญแจเข้า เป็นกุญแจเหล็กดอกใหญ่ ใช้กับประตูเหล็กทั่วๆไปที่ดูน่าจะคุ้นเคย
แต่ การไขนั้น ไม่คุ้นเคยเลย
ช่องกุญแจนั้นเหมือนกับจะว่างเปล่าไร้ซึ่งกลไกใดๆยามใส่ลูกกุญแจเข้าไป
เธอยืนยันให้ผมไขให้ได้
ผมจึงพยายามลองผิดลองถูกกับการไขกุญแจในความรู้สึกว่างเปล่าราวกับหมุนลูกกุญแจในอากาศ
ไม่นาน ผมก็เปิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะผมไม่รู้สึกว่าลูกกุญแจมันสำผัสสิ่งใดเลย
ผมส่งเธอเข้าไป แล้วเธอก็ให้ผมไขกุญแจปิดอีกรั้ง
ผมต้องเผชิญกับกุญแจประหลาดอีกครั้ง แต่คราวนี้ใช้เวลาน้อยลง
แล้วผมก็คืนกุญแจไป พร้อมกระซิบคำบางคำข้างหู
เธอส่ายหัว ทำท่าไม่เชื่อถือ แล้วเดินขึ้นบันไดไปจนลับตา
ผมจึงเดินออกมาขึ้นรถกลับบ้าน
ใกล้รุ่งแล้ว รถเริ่มเยอะขึ้น
จึงทำให้หารถแท็กซี่ได้ไม่ยากเย็นนัก
แท็กซี่พาผมมาส่งถึงบ้านอย่างรวดเร็ว
ผมสลัดเสื้อผ้าส่วนที่ไม่จำเป็นออก แล้วเข้านอน
1 ชั่วโมงจะพอสำหรับวันพรุ่งนี้ไหมนะ
..............................................
ผมพาเธอเดินเข้าซอยหอของเธอ
เดินไปอีกสักพักเธอก็อยากนั่งพักอีกครั้ง
ที่ม้านั่งหินอ่อนแบบมีพนักพิงหน้าบ้านใครสักคน
เธอนั่งพัก พูดคุยเล็กน้อย และฟุบหลับไปที่ตักของผม
ผมจะปล่อยให้เธอหลับ ผมไม่อยากปลุกเธอจากนิทรารมณ์
และผมเองก็อยากอยู่อย่างนี้ซักพัก
แต่ ยามค่ำคืนก็คงต้องมียุงตามปกติ
เธอแต่งกายค่อนข้างมิดชิด บริเวณที่จะโดนยุงกันได้ที่แม่มือ เท้า และใบหน้าเท่านั้น
ผมช่วยปัดเป่ายุงให้เธอเบาๆ โดยไม่ให้เธอตื่น
และหลายครั้งหลายคราทำให้ผมโดนยุงกันแทน
แต่ยุงกัดแค่นี้เทียบอะไรกับยุงในแลปนับร้อยตัวที่รุมสูบเลือดจากผมไม่ได้แม้แต่น้อย
นั่งสักพักผมรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมา
จะทำอย่างไรกันเล่า แถวนี้มันมีห้องน้ำเสียที่ไหน แถมเธอยังหลับสลบไสลไม่ได้สติอยู่ที่ตักอีกตะหาก
ผมจึงค่อยๆเลื้อยตัวออกให้เธอนอนหนุนเป้ของผม แล้วผมก็เดินมุ่งหน้าไปที่หลังเสาไฟฟ้า
แล้วผมก็ยืนฉี่ตรงนั้น..........
ความสบายกลับมาเยือนอีกครั้ง
ในขณะที่ผมเดินกลับมาหาเธอผมจึงสังเกตว่า ผมฉี่ไว้ที่เสาไฟฟ้าหน้าหอเธอพอดิบพอดี
..............................................
ผมเดินเข้าไปในเซเว่น
สิ่งของทุกอย่างในนี้จับต้องได้เหมือนจริง
มันคือความจริงที่จับต้องได้ใช่ไหม?
ผมเดินหาน้ำเปล่า และเช็คราคาให้ถูกต้อง
เดินไปจ่ายตัง แล้วกลับไปหาเธอที่นั่งรออยู่
เธอยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น
ผมเอาน้ำให้เธอดื่ม
และเราก็เริ่มพูดคุยกัน
เราเล่าเรื่องราวของตัวเองสู่กันฟังเล็กๆน้อย
เธอบอกว่าผมเป็นเด็ก 6 ขวบ
มากกว่าเพื่อนผมที่ 5 ขวบ
ผมก็เรียกเรียกเธอว่า 7 ขวบ
อาการเธอดีขึ้น และเธอก็พร้อมที่จะกลับหอแล้ว
..............................................
แท็กซี่มาส่งแถวปากซอย
ผมเองก็จำไม่ค่อยได้หรอก แต่คนขับแม่นกว่า
ผมลากเธอลงจากรถแท็กซี่
พยายามลากจูงเธอไปให้ถึงหอ
ระหว่างทางเพื่อนผมโทรมาขอคุยกับเธอ ผมยกโทรศัพท์ให้เธอคุย แต่เธอสะดุด
โทรศัพท์ราคาแพงของผมหลุดมือกระเด็นไปไกล และเสียงดัง
ท้ายทีสุดลงไปจุ่มอยู่ในแอ่งน้ำขังกลิ่นเน่าเหม็นเหมือนน้ำขยะ
ผมลากเธอเดินไปเก็บมาตรวจเช็คสภาพ
เช็ดแล้วดู โอ้ ยังไม่พัง ของเขาดีจริง
และผมก็เดินต่อไป
ประมาณซอยย่อยมืดๆนี้แหละ ที่เข้าไปแล้วจะเจอกับหอเธอ
แต่เธอบอกว่าขอนั่งพักก่อน
นั่งลงไปตรงหน้าร้านอะไรซักอย่างหัวมุมซอยพอดี
หลังพิงประตูเหล็กชนิดรูดขึ้นลง
เรานั่งกันบนพื้นต่างระดับที่ยื่นออกมาหน้าร้าน ปูด้วยกระเบื้องแผ่นใหญ่ ดูไม่สกปรกมากนัก
นั่งๆไปก้มีเสียงนาฬิกาดังบอกเวลา จึงคาดว่าน่าจะเป็นร้านนาฬิกา
เธอยังคงนอนเกลือกกลิ้งลงมาบนตักผมเหมือนเดิม
ผมแนะนำว่า ควรจะเรียกเพื่อนของเธอออกมารับเข้าหอไป
เธอบอกว่าไม่ เดี๋ยวเพื่อนรู้ว่าไปกินเหล้าแล้วโดนด่า
-*- กินแล้วใยต้องกลัว
ผมจึงให้เธอพักตามคำขอ
ใต้แสงไฟสาธารณะสีส้มในซอยอันเงียบเหงายามดึกสงัด
ใบหน้าของเธอ ริมฝีปาก จมูก ตา ผมของเธอ ก่อให้เกิดแสงเงาที่งดงาม
ความงามอันเป็นไปตามธรรมชาติใต้แสงเทียม
เมื่อใดกันที่เธอจะได้สติ
สักพักเธอก็ฟื้นคืน อยากดื่มน้ำ
ผมจึงเดินไปซื้อให้เธอ
มองทางซ้ายก็เซเว่น
ทางขวาก็เซเว่น
ระยะทางก็เท่ากัน
ราวกับว่าผมอยู่กึ่งกลางของกระจกเงาสะท้อน
มันคือภาพลวงตาหรือเปล่า
หรือมันเป้นภาพสะท้อนเหตุการณืในอดีตที่เคยเกิดขึ้น
เหตุการณืที่คล้ายๆกัน ชวนให้รำลึกถึง
...............................................
เธออยู่ในอ้อมแขนผมอีกครั้ง
ร้องไห้สะอึกสะอื้น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ผมไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก
ได้แต่ซับน้ำตาที่กำลังจะไหลนองให้กับเธอ
เธอพยศ อาละวาดอย่างเต็มที่บนรถแท็กซี่
พยายามทุบตีข้าวของเพื่ออะไรซักอย่าง
ผมเองก็พอจะเอาอยู่
เอาหัวโขกกระจก
ผมเองก็พอจะเอาอยู่
เธอพร่ำเพ้ออะไรสักอย่าง ประมาณว่าเพื่อนผมใจร้าย
อาละวาดได้สักพักเธอก็สงบนิ่งลงบนตักของผม
"คงจะน็อคไปแล้ว" ผมคิดในใจ
คงจะดีกว่านี้ไหมถ้าคนที่อยู่กับเธอตรงนี้เป้นเพื่อนของผม แทนที่จะเป็นผม
...................................................
"พี่ลงไปรอร้านโจ๊กก่อนเลย เดี๋ยวผมตามไป"
รุ่นน้องตัวดีนั่งเฝ้าหน้าห้องน้ำหลังผับปิด ตะโกนบอกรุ่นพี่ที่นั่งรออยู่
ทุกคนจึงยกขบวนกันไปร้านโจ๊ก
เจ้ารุ่นน้องตัวดีของผมได้เบอร์สาวตามเคย และไม่เคยลืมที่จะ "ปี๊นๆ"
ที่โต๊ะนั่งกันหลายคน แต่มีโจ๊กเพียงแค่ชามเดียว
เธอคุยอะไรกับเพื่อนผมบ้าง ผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก
มันคงจะเป็นการดีกว่าถ้าให้เพื่อนผมดูแลเธอ เพราะดูเหมือนว่า เธอก็น่าจะพอใจให้มันเป้นอย่างนั้น
ผมกระซิบคำบางคำข้างๆหูเธอ เธอทำท่าไม่เชื่อถือ
แล้วผมก็กลับไปเหม่อลอย มองแสงไฟสาธารณะต่อไป
"ผมไม่ใช่ตัวแทนของใครนะ"
เพื่อนผมพูดเสียงดัง......
ในขณะที่จะยกขบวนกันกลับ
ผมมองหาแหล่งที่มา แต่ก็หาไม่พบ มันหายไปไหนแล้ว
ที่อยู่ข้างๆผมก็คือเธอ ซึ่งมุ่งหน้าไปหาแท็กซี่ด้วยความโกรธเกรี้ยว
ผมพยายามลากจูงเธอไว้
เธอสะบัดมือ
ผมจึงต้องจับเธอให้มั่นเข้าไว้ แล้วลากขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อไปส่งเธอ
........................................................
"เมาเละ"
นี่คือคำจำกัดความที่ผมมีให้
หลังจากที่ชนกับผมไปไม่รู้กี่แก้ว
ผมผสมเอง เหล้าเท่าๆกับที่ผมกิน
ผมกินโซดาน้ำ
เธอกินโค๊ก
ทุกครั้งที่เธอกินหมดแก้ว ผมก็จะหมดตามอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด
แก้ว ต่อ แก้ว
ทำให้เหล้าขวดแรกหมดไปอย่างรวดเร็ว
แก้วแล้วแก้วเหล้า
จนถึงจุดๆนึง ถึงได้เห็นเธอเมาและ
ผมเองก็เมามากใช้ได้อยู่เหมือนกัน
การดื่มเหล้าเราควรจะรู้ไว้อย่างหนึ่งว่า
"เหล้าไม่ได้ออกฤทธิ์ในทันที แต่อาจะสะสมไปออกในเวลา 1-2 ชั่วโมงให้หลัง"
ตอนนี้ฤทธิ์เหล้าก็ลังจัดการกับเธออย่างรุนแรง
เธอเมาคอพับคออ่อน
เพื่อนผมจึงเข้าดูแลเป็นอย่างดี
จนผมอดคิดไม่ได้ว่า เพื่อนของผมอาจจะชอบเธอ
เธอเองก็เหมือนกัน แม้ว่านั่งอยู่คนละฟากของโต๊ะ
จู่ๆเธอก็ลุกเดินไปโผกอดเพื่อนผมไว้
จนผมอดคิดไม่ได้ว่า เธออาจจะชอบเพื่อนของผม
แล้วผมก็ถึงบางอ้อเมื่อได้รู้ว่า เพื่อนผมคล้ายกับแฟนเก่าของเธอ
อย่างไรก็ตาม คงไม่เกี่ยวกับผม
หากเธอมีคนดูแลแล้วก็โอเคเลย ผมก็จะได้แดนซ์กับฉลามและรุ่นน้องอย่างไม่ต้องสนใจสิ่งใดอีก
แต่อยุ่ๆเธอก้บ่นปวดท้อง คากว่าท้องคงจะว่างหรืออันใด
จึงเป็นหน้าที่ของผมออกไปวื้อนมมาให้ ในขระที่เมาปลิ้นได้ที่
คนก้เยอะ เดินก้ยาก แต่ผมก้ยังสามารถหานมกลับมาได้
แต่เธอก็ดันไม่กิน
ช่างมันเถิด ผมกลับมาแล้ว กลับมาแด๊นซ์
ใช่ เราแดนซ์กันอย่างเมามันส์
เพลงก็มันส์ คนก็มันส์
เรามันส์กันจนหยดสุดท้าย
................................................
หลังจากที่ผมจีบแม้ค้าขายข้าวไข่เจียวเพื่อความสนุกสนาน
สนองความบ้าคลั่งเนื่องจากอาการหิวเกินขีดจำกัด
ผมก็กินข้าว อาการบ้าคลั่งก็จางหายไป
แล้วเดินไปหน้า DEEP ซึ่งเป็นจุดนัดพบ
พบได้พบกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน
"ฉลามร้องไห้"
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก้ตามแต่..... วันนี้ฉลามคงต้องยอ้มใจด้วยเหล้าเป็นแน่แท้
จะมีเรื่องอันใดในช่วงนี้นอกจากเรื่องหญิงสาว และความรัก
ความรัก มัก เกิดทุกข์
คนส่วนใหญ่ที่ลุ่มหลงในความรัก มัก ไม่พ้นทุกข์
แต่เราก็จะไม่ถามไม่ซักไซร้ให้เสียหน้า
เรามาเมากันดีกว่า ฉลามเข้าร้านแล้วชงเหล้าอย่างหนัก
แล้วผม ก็เปิดฉากดวลกับเธอเช่นกัน
ระหว่างนั้นผมจึงได้เห็นทีเด็ดฉลามเดินเข้าห้องน้ำหญิงอยุ่หลายรอบทีเดียว
กว่ามันจะรู้ความจริงว่าห้องน้ำชายอยู่อีกด้าน
.................................................................
ความหิวทำให้อารมณ์ผมเปลี่ยนไป หงุดหงิดโมโหง่าย หยาบคายและป่าเถื่อน
เธอกินข้าวไม่รอ แต่ปล่อยให้พวกผมอดข้าวรอ
การไปดื่มเหล้าท้องว่างคงไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ๆ
นอกจากจะเมาเร็วแล้วยังอาจเป็นโรคกระเพาะ
และการกินข้าวก่อนกินเหล้าก็คงไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะมันอาจจะกลายเป็นอ้วกออกมาหมด
เราวรจะกินข้าวก่อนกินเหล้าให้เป็นเวลาพอดิบพอดี
กะให้อาหารย่อยหมดตอนเราเริ่มเมามากจะดี
ช่วงแรกของการกินเหล้า มันจะชลอการเมาได้มาก
พอเมามากก็ไม่อ้วก
ยังดีที่วันนี้แท็กซี่มาตามปกติ
ไม่งั้น "เหี้ย" คงล้นถนนเพราะผม
รถมาคันแรกผมก็ไปก่อนเลย ผมหิวจะเป็นลมแล้ว
ไปถึงจะต้องกินข้าวให้ได้ แม้มันจะก่อนกินเหล้าก็ตาม
อ้วกก็อ้วกสิ เคยกลัวที่ไหนกัน
..........................................................
ระหว่างที่ผมรอเธอมากินข้าวด้วยกัน
ผมก็เล่นครอสเวิดกับเพื่อนผมไปพลางๆ แทะขนมในห้องภาควิชาของเพื่อนไปพลางๆประทังความหิว
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอจะเอาบัตรฝากเหล้า ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไม่มีเพื่อนไปกินเหล้า
ผมคงไม่ต้องมานั่งทนหิวอยู่อย่างนี้
วันนี้มันมีเรื่องให้น่ากลับบ้านหลายอย่าง
เป้นต้นว่า ปวดท้องขี้ที่อนุเสาวรีย์ แล้วกลัวมามหาลัยไม่ทันจึงต้องเสียตัง3บาทไปยืนอั้นขี้ต่อคิว
แผนการของผมคือไปกินเหล้ากับเธอ
และทำให้เธอเมาสมใจอยากที่เธออยากจะเมา แต่ผมจะทำให้เธอเมาอย่างที่เธอไม่เคยเมามาก่อน
แต่ว่าวันนี้ รุ่นน้องผมเกิดอารมณ์ดี อยากไปกินเหล้า ก็เลยยกพลกันไปให้หมดเลย แล้วเปลี่ยนร้านไปร้านที่รุ่นน้องชอบก็แล้วกัน
และแล้วเธอก็มาถึง
ผมได้เจอเธอไม่บ่อยนัก
แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าผมชอบเธออยู่บ้างลึกๆ
การที่ได้เห็นเธอเข้ามาในวันนี้ ทำให้ผมดีใจอย่างประหลาด
ใช่แล้วผมคงชอบเธอ
ใช่แล้วมันคงจะเป็น "ความลุ่มหลงชั่วคราว" ที่ผมกำลังจะประสบพบเจอ
วันนี้เธอดูน่ารักผิดกับทุกวัน ใช่สินะ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
แต่แล้วความรู้สึกต่างๆของผมก็หมดไป
เมื่อเห็นชามข้าวของเธอ
"คืนนี้กูเอามึงตายแน่" ผมคิดในใจ
...................................................
ป.ล. เธอยังจำความได้ น่าเสียดายจริงๆ
คำเตือน : การดื่มสุราอย่างหนักแล้วไปทำงานต่ออาจจะทำให้โลกของคุณสั่นคลอน
(ไปทั้งวัน)
ช่างเป็นอะไรที่อ่านรู้เรื่องได้ขนาดนี้น๊ะเนี่ย