บนจักรวาลอันเวิ้งว้าง มีโลกที่อยู่เดียวดาย
บนโลกที่กว้างใหญ่
ผู้คนพลุกพล่านแทบจะขี่คอกันตาย(ในบางที่)
ก็ยังคงมีคนที่รู้สึกเดียวดายอยู่
..................................
เช้าวันหนึ่งตื่นมา แล้วค้นพบว่า ไม่มีใครให้เราคิดถึง
ไม่สิ ไม่มีใครที่กระตุ้นให้เราตื่น
ประมาณว่า "รีบตื่นไปเจอสาว กอ เถิด"(เหตุการณ์สมมุติ)
ท้องฟ้าเป็นสีฟ้ามัวๆแบบฟิล์มนัวร์หนังอาร์ตทั่วๆไป
เดินออกไปคนเดียวไม่มีเพื่อนร่วมทาง
อันที่จริงแล้วเราก็มีเพื่อนร่วมทางมากมาย
อาทิเช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
กระเป๋ารถเมล์
ขอทาน
หมา แมว นก หนู หนอน
และคนอื่นๆมากมายที่เดินทางไปบนถนนคนเดินและรถวิ่ง
แต่ว่าทำไมไม่รู้สึกว่าเค้าเป็นเพื่อน
ทำไมเราไม่หายเหงา(ใจ)
อาจเป็นเพราะเราไม่มีความสัมพันธ์อะไรที่มันลึกซึ้งกับเค้า
มีแต่ความสัมพันธ์แบบอื่นๆ
เช่น ผู้ให้(เงิน) กับผู้รับ(เงิน)
อาจเป็นเพราะเราไม่ได้อยู่กับเค้านานๆหรือตลอดเวลา
เราทำได้แค่อยู่กับพวกเค้าไปซักพักหนึ่ง หรือแค่เดินผ่านไปเท่านั้น
...............
บนหนทางที่เงียบเหงาและโดดเดี่ยว
การงัดเอาเพลงขึ้นมากรอกหูคงเป็นสิ่งที่ดีอย่างนึง สำหรับคนที่เดินไป แล้วอ่านหนังสือไปไม่ได้
บทเพลงที่บอกถึง"ความเหงาอย่างมีจุดมุ่งหมาย"
ความรู้สึกเหมือนกับพยายามบอกว่า
"แม้วันนี้เราเหงา
แต่เราก็ต้องพยายามต่อไป จุบจบที่แฮปปี้รอคอยอยู่"
จุดจบที่รอเราอยู่จะเป็นแบบไหนกันนะ
แล้วเรากำลังเหงาเพื่ออะไรอยู่กันหละ?
.........................
การที่เราได้เจอคนๆเดิมมากกว่า 1 ครั้ง
บางทีก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ
แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องธรรมดา
"คนที่เหมือนๆกัน จะโคจรมาพบกัน" หนังสือ "ควันใต้หมวก"กล่าวไว้อย่างนั้น
เช่น ตื่นนอนเวลาเดียวกัน เดินทางไปที่เดียวกัน ขึ้นรถไฟฟ้าเหมือนกัน
"เราจะเป็นเพื่อนกับพวกเขาเหล่านั้นได้ไหม"
บางครั้งที่มีคนมาทักทายเรา
เราอาจจะรู้สึกแปลกประหลาดว่าในใจว่า "มึงเป็นใคร มึงจะปล้นกูเป่าวะ"
แต่ถ้าเราลองเปิดใจมองโลกในแง่ดีบ้าง อาจจะพบว่า
"คนคนนั้นอาจจะเหงาอยู่เหมือนกับเราก็เป็นได้"
บนโลกที่โดดเดี่ยวในจักรวาลที่อ้างว้าง
การมีเพื่อนเพิ่มขึ้นสักคนคงไม่ใช่เรื่องเสียหาย
............................
เวลาที่เราเหงา บางครั้งเราก็พยายามบอกใครสักคนว่า
"ฉันเหงาเหลือเกิน"
อาจเป็นเพราะว่า เราต้องการแสดงว่าเรามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
แต่ ตราบใดไมมีการตอบรับ
ก็อาจถือได้ว่า การมีตัวตนของเรา"ยังไม่ถูกยอมรับ" หรือ "ไม่ถูกยอมรับ"
ถ้างั้น เราคืออะไร?
หลายๆครั้งจึงต้องมองออกออกไปไกลๆ
ยามเมื่อสายลมพัดผ่าน
จึงเอ่ยปากบอกสายลมไปว่า
"ชั้นเหงาเหลือเกิน"
อย่างน้อยสายลมมันก็มีตัวตนในโลกให้เราสัมผัสได้
แม้เราจะไม่มีตัวตนในโลกของใคร แต่สายลมก็คงมีตัวตนในโลกของเรา
"สายลมเอย เจ้าจะยอมรับได้ไหมว่าข้ามีตัวตน
ว่าครั้งนึงข้าเคยเดิน เคยยิ้ม เคยร้องไห้
เคยมองขึ้นสู้ท้องฟ้าเพื่อมองหาก้อนเมฆ
เคยมองขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนเพื่อมองหาดวงดาวเป็นเพื่อน"
ยามเมื่อสายลมพัดมาอีกครั้งหนึ่งนั้น อาจจะเป็นคำตอบจากสายลมว่า
"เจ้ามีตัวตนอยู่นะ"
หรือไม่ก็เป็นเพียงแค่สายลมธรรมดา แล้วแต่ใจเราจะคิด
หรือเป็นแค่สมการทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ธรรมดา ที่สุดท้ายแล้วอาจพิสูจน์ออกมาวา ทุกอย่างไม่มีตัวตนอยู่จริง
...........................
ฟ้ามืดแล้ว
พรุ่งนี้ต้องทำงาน
เวลามีน้อย ทำให้ต้องรีบนอน
ไม่มีใครให้โทรหา.....
มีแต่คนให้คิดถึง.....
หลายครั้งหลายคราที่คิดจะหยิบภาพของคนๆนึงขึ้นมา
เพียงเพราะอยากจะเห็นหน้าคนที่เคยคุ้นเคย
นที่เคยรู้จัก
คนที่เคยรัก และ ยอมแลกทุกอย่างในชีวิตเพื่อเค้าคนนั้น
แต่ก็ยังปล่อยให้มันอยู่ที่เดิม.....
คงจะมีวันที่จิตใจเราเข้มแข็งพอที่จะได้พบกันอีกสักครั้ง
แม้เพียงแค่ภาพก็ยังดี
บนโลกที่โดดเดี่ยวในจักรวาลที่อ้าวว้าง
บนโลกที่คนพลุกพล่านแทบจะขี่คอกันตาย(ในบางที่)
"หากพรุ่งนี้ฉันไม่ตื่น จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่าฉันไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว"
..............................
ป.ล. พ่อแม่คงอยู่กับเราได้ไม่นาน เป็นยาแก้ไอตราลูกกตัญญูกันเถอะครับ