Confuse

posted on 04 Jul 2005 09:47 by poonpoon  in MYSTORY

ผมมีความเชื่อมั่นอยู่อย่างหนึ่งว่า

คนเราทุกคนย่อมมีช่วงเวลาแห่งความสับสนวุ่นวายใจอยู่ในชีวิต

ช่วงเวลาที่ดูเหมือนไม่มีทางออก ตัดสินใจไม่ได้ หวาดกลัวกลับความืดมัวที่มองเห็นไม่เด่นชัด

ช่วงนี้ผมกำลังอยู่ในมรสุมแห่งอารมณ์และความคิดนั้นๆ

นี่คือความสับสนว้าวุ่นของผมในช่วงหนึ่งช่วงนี้

ขอเชิญอ่านกันเพื่อความบันเทิง

.................................................

เช้าวันหนึ่ง ขณะผมนั่งอยู่บนรถเมล์

ผมรู้สึกขึ้นมาได้ว่า

"กูไปเรียนอย่างอื่นดีกว่าไหม?"

อะไรดลใจไม่ทราบ เนื่องจากวางแผนชักใยบุคคลมากจนเกินไปหรือไรก็ไม่ทราบได้

แต่ในเมื่อมันผุดขึ้นมาแล้ว ผมก็ดูเหมือนว่าจะด่วนเชื่อความคิดนั้นๆไปเหมือนกัน

จากการสนทนาภาษาเพื่อนฝูงที่เหมือนไม่ได้เจอกันนานและจะไม่ได้เจอกันอีกนาน

ยิ่งตอกย้ำความคิดทำนองนี้ขึ้นมาอีก

ผมกำลังสงสัยกับตัวผมเองว่า คนเราเครียด หรือ ซีเรียสอะไรกันไปทำไมนักหนา

กับบางเรื่องราวที่มันดู....ไม่น่าจะเครียดอะไรขนาดนั้น

ชีวิตของคนคนนึงมันต้องซีเรียสขนาดนั้นเชียวหรือ

เพื่ออะไรกันนะ?

เงินสินะ

แล้วถ้าเครียดแล้วไม่ได้เงินหละ?

มันก็มี

ไม่รู้จะเรียนวิทยาสาดไปทำไมอีก

ในเมื่อยิ่งเรียนแล้วมันก็ยิ่งซีเรียส

ยิ่งหนัก ยิ่งกดดัน ยิ่งท่องจำ

ยิ่งต้องค้นคว้า ยิ่งต้องตามชาวบ้านให้ทัน

สุดท้ายก็แค่เทคนิคเชี่ยน สุดท้ายก็แค่การทำแลปแข่งกัน ทำแลปไปเรื่อยๆ เหมือนแทบจะไม่ได้คิดอะไรใหม่ๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไรที่มันสร้างสรรค์

ในความรู้สึกผมในวินาทีมัน......ทำให้ผมรู้สึกว่า มันตีบตัน

ผมรู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

ที่จะต้องมามีชีวิตที่แสนเครียดตลอดไปจนตาย ไม่ได้พักผ่อน

มันดูมีค่าทางสังคม

แต่มันไม่มีค่าทางจิตใจเลยซักนิด

"มันจะมีความสุขเหรอ?" ผมถามตัวเองในใจ

สิ่งที่อยากเป็น สิ่งที่เราควรจะเป็น และ สิ่งที่เราเป็น มันแตกต่างกันมาก

ผมอยากเป็นอะไรหละ?

ก่อนหน้านี้ก็คงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญไวรัส

ผมอยากเรียนรายละเอียดของไวรัสให้มันมากกว่านี้

เพราะผมคิดว่า เราสามารถนำมันไปดัดแปลงแก้ไขใช้ควบคุมเซลได้

ดัดแปลงวิธีการรักษาโรคโดยการแก้ไขดีเอ็นเอในเซลได้

เรื่องราวน่าสนใจ....... ทำให้คนมีความฝันได้

แต่

เมื่อมาคิดถึงเรื่องตีบๆตัน เครียดๆนั่น มันก็ถูก "กูเรียนไปเพื่อเครียดแล้วตายอย่างนั้นรึ?"

มนุษย์ทุกคนเกิดมาต้องเครียดมากขึ้นไปเรื่อยๆแล้วตายงั้นรึ

ไม่น่า

ต้องมีคนที่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขทุกวันสิน่า

"คุณคิดว่าเงินทำให้คนเรามีความสุขได้ไหม?"

ผมว่ามันก็ระดับนึงอ่ะนะ แต่ว่า มันคงไม่ทั้งหมดหรอก

เราแค่ใช้เงินเป็นตัวกลางในการนำมาซึ่งบางสิ่งบางอย่างเท่านั้น

แต่ก็ไม่จำเป็นต้องร่ำรวย แค่พอมีพอกิน พออยู่ได้ จับจ่ายใช้สอยไม่ฟุ่มเฟือยมีแต่สิ่งที่จำเป็นไม่ขาดไม่เกินมันก็คงจะเป็นชีวิตที่น่าอยู่ทีเดียว

แล้วงานแบบไหนหละ ที่เรียกว่าเงินเดือนมันจะพอดี

เงินเดือนขั้นต่ำในยุคสมัยนี้คุณคิดว่าเท่าไหร่?

แล้วจริงๆแล้วมันพอเพียงไหม?

ผมว่าไม่

ค่าใช้จ่ายต่างๆในยุคนี้มีมากมาย

ทำอะไรกินดีให้มีเงินพอใช้ และสามารถทำได้เรื่อยๆ

แล้วมันเข้ากับเราได้

งานที่เราได้ใช้หัวสมอง ได้ใช้ศักยภาพในความเป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพได้เต็มที่

แล้วสามารถมีความเป็นมนุษย์อยู่เต็มเปี่ยม โดยไม่กลายเป็นเครื่องจักรอะไรซักอย่าง หรือซากศพอะไรซักอย่าง

วันนี้ผมมองไม่เห็น แต่ผมเชื่อมั่นว่ามันต้องมี

 

ผมกำลังมองหามันอยู่ หนทางที่ผมจะไปเลือกเรียนเพื่อใช้หัวสมองได้เต็มที่กว่าที่เป็น

เพื่อเงินเดือนที่สมกับแรงงานที่เสียไป

เพื่อชีวิตที่มีคุณภาพ...... (นิทานสัด)

เรียนอะไรดีหละ ถ้าไม่ใช่อณู

พี่สาวก็ผลักดันให้เรียนอณูเฮ้อะ........ผมยังคงต้องคิดต่อไป

เหลือเวลาตัดสินใจไม่มากนัก หากช้าไปจะอ่านหนังสือไม่ทัน

ไปเรียนอะไรดี..........

 

คิดมากต่อไปทำให้คนเราเป็นบ้าและประสาทเสีย

แต่ก็อดคิดไม่ได้ เอาเป็นว่าลงบลอกแล้วก็ลืมๆมันไปบ้างก็ดี

ลืมเฉพาะความเครียดที่มี

ความเครียดที่ว่า ประเทศชาติเราจะสงบสุขอย่างมายาต่อไปได้ซักกี่ปี

แล้วหลังจากนั้น จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศของเรา

แล้วเรา จะโดนอะไรบ้าง

อนาคตช่างมืดมนและน่าหวาดหวั่น

เราคงต้องเตีรยมตัวเผชิญกับอนาคตที่เหนือการคาดเดาของคนทั่วๆไปซะแล้ว

"ทำอย่างไรกันดี หากว่า พรุ่งนี้ ประเทศชาติจะล่มสลาย"

นี่คือคำถามทิ้งท้ายในวันที่สับสนของผม

.................................................................

ยังมีเรื่องที่หลอนอยู่อีกอย่างเรื่องของพี่สาว

ผมสงสัยว่า อยู่อย่างนี้ต่อไป

ความซวยจะมาเยือนหรือไม่ ความตายจะมาเยือนหรือไม่

ผมไม่อาจจะรู้ได้ว่า อะไรจริงอะไรไม่จริง ในเมื่อความจริงกับควมเท็จไม่สามารถแยกออกจากกันได้

ผม.......ไม่รู้อะไรเลย คำถามมากมาย ปริศนามากมาย

ลึกลับ

"free to go" ก็ถูกอยู่

ทำอย่างไรถึงจะตรวจจับความอันตรายที่จะมาถึงตัวได้ โดยไม่เอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงนะ

............................................

ป.ล. ช่วงนี้หลอนมากๆ

ป.ล.2 ผมชอบเพลงนี้มาก

 

edit @ 4 Oct 2008 17:24:06 by blackholesun

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่เป็นไรค่ะ ทำจิตใจให้สบายเถอะค่ะ อนาคตก็ควรคำนึงถึงบ้าง แต่มันก็งั้น ๆ แหละค่ะ เพราะเราก็ไม่รู้อยู่ดี อาจเดินออกจากบ้าน แล้วถูกรถชนตายไปแบบไม่รู้ตัวก็ยังเป็นไปได้เลย (ลองนึกถึงคนที่ยืนคอยรถเมล์อยู่ดี ๆ ก็มีรถบ๊อง ๆ แหวกแนวมาชนคนตรงป้ายอะไรทำนองนี้ เขาก็คาดไม่ถึงแหละว่า จะตาย )

เวลาต้องทำอะไรที่ไม่ชอบ สับสนในหัวใจในความคิด พี่จะบอกตัวเองว่า "รักในสิ่งที่ทำ เพื่อที่จะทำในสิ่งที่รัก"

ใครจะไปรู้... น้องเรียนจบแล้ว อาจจะไปยึดอาชีพเป็นดาราหรือนายแบบก็เป็นได้ 555 เอิ๊ก ^O^

หัวเราะได้แล้วใช่มั้ย

ใช้ชีวิตให้มีความสุขเถอะค่ะ จำได้มั้ยที่พี่บอกว่าพี่ได้ปริญญาสองใบ
ใบแรก พี่เรียนไปอย่างนั้น เรียนไปหางานให้มีเงิน พอมีเงินพี่ก็ไปเรียนใบที่สอง ใบนี้แหละคือ "ความสุข" ที่เกิดจาก รักในที่สิ่งที่ทำ เพื่อที่จะทำในสิ่งที่รัก
อืม ก็น่าเครียดอยู่หรอก
ดีนะ ที่ติ๊กไม่ได้เรียนมาทางนี้
แค่รัฐศาสตร์ การเมืองก็จะแย่แล้ว
แต่ก็ดีนะ เผื่ออนาคตการค้นคว้า
พวกนี้อาจจะช่วยชีวิตหลายๆๆคน
จากโรคร้ายได้ เอาใจช่วยจ้า
ปล.อย่าซีเรียสมากนะ เดี่ยวแก่ไว อิอิ

#2 By ~นู๋ติ๊ก~ on 2005-07-05 09:08

อื้ม.......... ปริญญา2ใบ น่าสนใจ

#3 By blackholesun on 2005-07-05 09:11

สวัสดีครับ

ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนทางความคิดกันครับ

ในวัยของคุณ การคิดคำนึงและใคร่ครวญเรื่องต่างๆ ที่คุณเปิดเผยในบล็อกนี้ เป็นเรื่องธรรมดาครับ

ทุกอย่างอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราต้องการ

เมื่อเวลาผ่านไป เราจะเข้าใจสิ่งต่างๆได้ดียิ่งขึ้นครับ

สักวันเมื่อเรานิ่ง

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

#4 By เบน on 2005-07-05 12:07

เพลงนี้เป็นเพลงที่แกรมมี่แต่งไว้ประกอบเกมonline A3นี่หน่า(ไอ้แห้วลองไปฟังเวอร์ชั่นoriginalของมันดุเจ๋งกว่านี้แยะโหลดจากเวปเกมของมันเลยแต่เปลี่ยนเป็น.comนะ)
ปล : เมื่อวานคุนกันมันโคตรอะเหอๆๆๆ

#5 By Grant (61.91.142.157) on 2005-07-05 14:13

อืม..นั่นสิคะ คนเราจะเครียดอะไรกันมากมาย (ยิ้มไว้ๆ)

ปาล์มก็เป็นเหมือนกันนะ ไอ้โรคเครียดคิดมาก คิดบ้าเนี่ย แล้วส่วนมากจะเป็นกับเรื่องที่ดูเหมือนจะไร้สาระซะด้วยสิ

เรื่องบางเรื่องแค่เล็ก แต่เรากลับมาคิดกับมันซะมากมาย (นี่แหละข้อเสียของเรา แคร์คนอื่นมากเกินไป) อย่างวันนี้ก็ลังเลคิดไม่ตกว่าจะเอาไงดีกับpaperกลุ่ม (มันเรื่องเล็กน้อยจิงๆนะ แต่เราก็ดันไปแคร์ว่าเพื่อนจะเคือง ไม่พอใจ) งานกลุ่มทีไรปวดหัวทุกทีสิน่า


เข้าเรื่องของคุณblackholdsun : เพื่อนปาล์มที่เรียนอะไรแปลกๆที่น้อยคนจะเรียนกัน ก็มาบ่นให้ฟังเหมือนกันค่ะ เล่าสู่กันฟัง(บ่น)ตั้งแต่เรียนป.ตรีปี1 ยันตอนนี้ที่ต่อโทพิษวิทยาอะไรเทือกนั้น ก็ยังเล่าสู่กันฟัง(บ่นจนหูชา) ไม่สร่างซา

#6 By i-Palm on 2005-07-05 20:46

อีกนิดนึง :

แนะนำ.......อยากให้ต่อด๊อกไปเลยค่ะ ปริญญาโทสองใบก็ดีนะคะใช่ว่าไม่ดี แต่จะดีกว่ามั๊ยถ้าเราเชี่ยวชาญชำนาญในสิ่งเฉพาะด้าน?

ขอเปรียบให้เหมือนกับเป็ด
ถามว่าเป็ดว่ายน้ำได้ไหม?.......ได้แต่ไม่สู้ปลา
ถามว่าเป็ดบินได้ไหม?............ได้แต่ไม่สู้นก

เป็ดทำอะไรได้หลายอย่าง แต่ไม่ได้ดีซักอย่าง

มีความรู้จับฉ่ายก็ไม่ต่างจากเป็ด
ถามอะไร รู้....รู้หมดทุกอย่าง แต่ไม่รู้จริงซักอย่าง

ก่อนตัดสินใจเรียนโทการตลาด ปาล์มก็สับสนๆว่าจะต่อทางเดิมหรือฉีกไปอย่างใจชอบเลย สรุปสุดท้ายเลยมาทางเดิม เพราะอยากได้แก่นค่ะ ล่าสุดคิดเอาเองว่า เรีนตรีรู้เพียงเปลือก เรียนโทได้กระพี้ เรียนด๊อกบางทีอาจได้ถึงแก่น

#7 By i-Palm on 2005-07-05 20:57

กูมาเอง
น้ำพูด: เอก น้ำตัดสินใจแล้วว่าน้ำจะลาออก
เอกพูด: เป้นไรล่ะ หรือว่า..
น้ำพูด: ที่น้ำตัดสินใจมาทำงานที่นี่ เพราะเหตุผลเดียว คือน้ำอยากอยู่ใกล้เอก น้ำไม่เคยคิดว่าน้ำจะทำงานนั้นดีแค่ไหน น้ำขอแค่ได้อยู่กับเอก และตอนนี้ ถึงน้ำจะไม่รู้ว่าน้ำชอบงานอย่างไหน แตน้ำก้รู้แล้วว่า น้ำไม่ชอบอะไร

.. ไม่มีไร พึ่งดู ลูกหมูกับน้ำ มา ช่อง 11 ยูบีซี
วีเจจ๋า น่ารักจัง
อนาคตคนที่ไม่มีสิทธิเลือก
.. ตั้งใจมากรุงเทพ เพื่อจะค้นหาอะไรสักอย่าง
เดินต๊อกแต๊ก ต๊อกแต๊ก มา กทม.
สมัครเรียนเพื่ออนาคตของตัวเอง แล้วก็หางานทำ เพื่อจะได้ช่วยทางการเงินของที่บ้าน
เรียนเรียน สอบสอบ ตกดึก ทำงานทำงาน
วันหนึ่ง มีคนคึกคะนอง ออกหาเหยื่อ
เอาไม้ตีหัว โพละ
..โพละ เดียว ความฝันเลือนหาย จำไรไมได้
จำไม่ได้แม้แต่ มากทม.ทำไม จำไม่ได้ว่าภาษาอีสานพูดไง
จบแล้ว จบสินะ
..อนาคต
อยากให้ลองคิดดูนะ
สิ่งที่แห้วต้องการ ความพอใจของตนเอง "เราจะทำอะไรดี งานแบบไหนล่ะที่เรียกว่าเงินเดือนมันจะพอดี?"

มันจริงที่คนเราจะมีสิ่งที่ต้องการ แต่ตราบใดที่เรายังอยู่สังคมแบบเดิมๆ อยากแบบเดิมๆ แนวคิดแบบเดิมๆ ภายใต้ระบบเดิมๆ

แต่มันเห็นๆกันอยู่ว่าสิ่งเดิมๆ
มันตอบสนองสิ่งที่ต้องการไม่ได้แล้ว
อย่างที่เห็นว่าสิ่งเดิมๆ กำลังแย่งความเป็นมนุษย์ไปเรื่อยๆ

ถ้ายังคิดแบบเดิมๆ
อยากได้ในสิ่งใหม่ แต่ทำแบบเดิม
ก็รอเวลา
"ทำอย่างไรดี หากว่าพรุ่งนี้ประเทศชาติจะล่มสลาย?"

หากต้องการแบบใหม่ ต้องทำสิ่งใหม่

สิ่งที่มันเป็น ไม่ได้ขึ้นกับสิ่งที่เราอยากหรือแม้แต่คิด
แต่มันจะเป็นอย่างที่เราทำ

ช่วงการเปลี่ยนผ่านของชีวิตมันก็ทุกข์เช่นนี้แหละ

แต่อย่าเรียกร้องสิ่งที่เป็นไปไม่ได้จากสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย

โลกเรากำลังเปลี่ยนแปลงอยู่
มีคนที่กำลังทำสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่ามันมี

โลกทัศน์ของเรายังคับแคบเกินไปกับการเรียนแบบไทยๆครับ

ศึกษาสิ่งรอบตัวให้มากขึ้น แล้วอาจจะเห็นความหวังที่เป็นไปได้.... โลกมีแนวความคิดอีกมากมายที่เราไม่เคยรู้และไม่คิดว่าจะมี แต่มันก็มีอยู่

ย้ำนะครับ ว่าแค่เป็นไปได้
แต่หากคนเราเปลี่ยนทัน
ความเป็นไปได้นั้นจะกลายเป็นความจริงนั่นแล

สิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำนี่แหละ



บางสิ่งบางอย่างก็ต้องรอคอยอย่างไว้ใจครับ คิดมากไปก็ทำไรไม่ได้ เพราะทุกสิ่งไม่ได้ขึ้นกับเราคนเดียว

การยึดถือกับความคิดตัวเองอย่างเดียวมันเป็นไปไม่ได้

แต่ไม่ใช่การไม่ทำอะไรเลย เพราะเราเองก็ต้องเตรียมตัวกับการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน


#10 By ผู้แสวงหา (61.91.68.68) on 2005-07-05 22:48

นิติราม โล้ดฮะ

#11 By - LittleMonkey - on 2005-07-05 23:53

เจ้าของบลอค ปฎิเสธว่าไม่เคยเล่นปุ๊น เชื่อถือได้แค่ไหนคะ

#12 By ไม่ประสงค์จะออกนาม (61.91.107.68) on 2005-07-07 23:21

ฮืม...^^...สวัสดีนะ ทุกคน คนเขียนด้วยนะครับ...^^... ชีวิต หรอ...พูดถึงสิ่งที่เราต้องเจอสินะ...

อนาคตนะครับนั้นเป็นเพียงอนาคตที่เรา หลายต่อหลายคน หวังว่าจะรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ความเป็นจริง เราทั้งสามารถรู้รึไม่รู้ในสิ่งต่างๆนั้นก็ได้ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา และตัวเรา นั้นเป็นสิ่งกำหนดสิ่งต่างๆ ให้เกิด ขึ้นทั้งเป็นลำดับ เป็นขั้นตอน หรือไม่ก็ไม่เป็นทั้งลำดับทั้งขั้นตอน

เราเกิดเป็นมนุษย์นะครับ เรามีช่วงเวลา ไม่นานนักหรอก ที่เราจะทำอะไรสักอย่าง เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราคิดว่าเราชอบ เราสนุก มีความสุขกับสิ่งที่จะทำ แล้วเมื่อทำแล้วมันไม่สร้างความเดือนร้อนให้กับใคร เลือกที่จะทำเถอะครับ บ้างคนเค้าไม่มีโอกาสแม้แต่สักนิดเลยที่จะทำในสิ่งที่ตนเองต้องการทำ

ชีวิตเรามีน้อย เวลาเราก็ไม่มากนักหรอกนะ มีโอกาสก็เลือกโอกาสซะนะ ถ้าเรามั่วแต่เครียด มั่วแต่กังวลในวันข้างหน้า แล้วเราจะเห็นทางข้างหน้าหรอ มีสติ คิด แก้ไข ละวาง ในสิ่งที่ ควรและไม่ควร ไม่มีอะไร ที่เป็นปัญหา และอุปสรรค ของเราเสมอไปหรอกนะ ทุกอย่างมีเส้นทางของมันเสมอ เพียงแต่เราอาจจะยังไม่เจอ หรืออาจจะยังไม่ถึงเวลาที่ควรจะเจอทางนั้น มันก็เท่านั้น

ผมอยากจะบอกอีกนิดว่า "คุณรู้ ว่าควรทำสิ่งใด" และ "ตนเองเท่านั้น" และ "นี้คือชีวิตเรา"

ปัญหา อุปสรรค ความไม่แน่ใจ สิ่งกีดขั้น .....สักวันคุณจะข้ามผ่านมันเพียง "คุณเป็นคุณ" แล้ว สักวันคุณจะมองกลับ มาด้วย.....ร..อ..ย..ยิ้..ม........^_^....

#13 By นายหิน (61.91.211.152) on 2005-08-05 14:23