ก่อนอ่านเปิดเพลง only time ของ enya ไปด้วยก็ดี
อยากให้ความรู้สึกแบบนั้นขณะเล่าเรื่อง
..................................
เธอได้เข้ามาในชีวิตของผมตอนสมัยปี1เทอม2
การที่ผมได้พบเธอถือเป็นเรื่องดีของชีวิตเรื่องหนึ่ง
เพราะว่าการได้พบกันของผมกับเธอ
ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไป
.......................
ย้อนไปเมื่อวันที่ท้องฟ้ายังสดใส
วันที่เพื่อนผมทรยศทิ้งผมกับเพื่อนอีกคนเอาไว้ให้โดดเดี่ยว
ไร้ซึ่งกลุ่มเล่นละคร
เพื่อนผมอีกคนนึงจึงลากไปอยู่ด้วย
ในช่วงนั้น ผมเบื่อเซงมากที่จะต้องเล่นละครอะไรนั่น
ในใจผมคิดอยู่แต่ว่า
"กูทำเพลงประกอบละครดีกว่า"
ระหว่างเสนอเรื่องคัดตัวละครกันนั้น
ผมก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาคิดเรื่องเพลงไปเรื่อยเปื่อย
"บทนี้ให้เธอเล่นละกัน" สาวน้อยคนหนึ่งพูดกับผม
เพราะว่าทั้งกลุ่มมีผู้ชายแค่6คนเท่านั้น ยังไงก็ต้องเล่น
"เหี้ยอะไรกะกูอีกเนี่ย" นั่นคือสิ่งที่ผมคิด
ผมเงยหน้าขึ้นอย่างเซงๆ
ใบหน้ายิ้มแย้มของเธอ ตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า ในวันที่มีเมฆ มากมาย ไม่มืดมน แต่สว่างไสว และสดใสดั่งเช่นเธอ
เท่าที่จำได้ ดูเหมือนว่าผมจะตกหลุมรักเธอในครั้งแรกที่เจอเลยทีเดียว
ทั้งๆที่เรียนกันมาตั้งเทอมนึงแล้ว
ผมเพิ่งจะเจอเธอเป็นครั้งแรกก็ตอนเล่นละคร
เธอเป็นผู้กำกับ ผมเป็นตัวละครหลักตัวหนึ่ง
ผมจึงมีโอกาศได้เจอเธอบ่อยๆ
เจอเธอทุกวัน
ผมจะพยายามรีบไปซ้อมตามนัดเสมอ
อยากเจอเธอเยอะๆ
อยากคุยกับเธอนานๆ
อยากดูเธอยิ้ม
อยากดูเธอหัวเราะ
เท่าที่จำได้เราซ้อมละครกันมากมายเพราะผมมันแสดงไม่เก่ง
(พูดให้ดูตอแหลก็คือ "ผมมันคนจริงใจ ไม่ชอบเล่นละครตบตาใคร")
เธอเป็นคนน่ารัก นิสัยดี เรียนเก่ง(โคตร)
หลับตาลงเมื่อใด ผมยังนึกภาพเธอออกเสมอ
ผมมักจะชวนเธอไปนู่นมานี่เสมอและขอไปหาเธอที่นู่นที่นี่บ้าง
เธอก็ใจดี ตกลงเสมอ
เราได้ไปดูหนังกัน2คน บ้าง
ไปไหนด้วยกัน2คนบ้าง เหมือนกัน
มันเป็นช่วงเวลาที่ดูเหมือนความฝันมากที่สุด
เพราะผมมีความสุขเหลือที่จะกล่าว
วันที่แสนดี
ผมรักเธอ(ผมคิดว่างั้น)
แต่ผมไม่เคยที่จะพูดออกไป การกระทำของผมมันคงจะเด่นชัดพอ
การที่ผมได้อยู่ใกล้เธอนานๆ มันจึงเกิดสิ่งที่สำคัญมากๆอย่างนึงก็คือ
"การคิดไปเอง"
ผมคิดไปเองว่าเธอก็คงจะคิดเหมือนผม
ถ้าหากเธอไม่คิดแบบผม เธอคงไม่ให้ผมมายุ่งเกี่ยวด้วยถึงขนาดนี้
ผมไปเที่ยวกับเธอ ไปส่งเธอกลับหอบ่อยๆ คุยโทรศัพท์กันบ่อยๆ
จนกระทั้งวันหนึ่งตอนปี2
เธอบอกผมว่า
"เป็นเพื่อนกันนะ"
ผมจึงได้รู้ว่า คิดไปเองเป็นอย่างไร
อกหักเป็นอย่างไร
ผมร้องไห้ฟูมฟาย
ผมไม่เรียนหนังสือ(จากเดิมเกรดมันก็แย่อยู่แล้ว)
ผมเฝ้าแต่ถามเหตุผลกับตัวเองว่าทำไม
ทำไมทำไมทำไมทำไมทำไมทำไมทำไมทำไม
"WHY"
เพราะแรงกดดันจากที่บ้าน คนรอบข้าง หรือโดนเพื่อนล้อหรืออย่างไร
ผมไม่รู้
รู้แต่เพียงว่า ผมปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ
ปล่อยให้เวลามันไหลผ่านตัวของผมไป
การเรียนอะไรนั่นช่างมัน
ผมไม่ได้คบกับใครเลยตั้งแต่ขึ้นปี2 เพราะว่าแยกภาค
ผมมีแค่เธอคนเดียว......
หลังจากนั้นผมเริ่มใช้ชีวิตคนเดียวบ่อยขึ้น
เริ่มชินกับความโดดเดี่ยว
เดินคนเดียว
กลับบ้านคนเดียว
กินข้าวคนเดียว
ดูหนังคนเดียว
ช่วงนั้นผม"เสพ"แต่เกม
มันสร้างความบันเทิงและผลาญเวลาในแต่ละวันไปได้ค่อนข้างมาก
แต่หยุดเมื่อไหร่ ก็เบื่อเมื่อนั้น
ตอนเล่นเกมมีเพื่อนเล่นเยอะจริง มันส์จริง
สุดท้ายก็เหลือผมคนเดียวตามเคย
ผมรู้สึกชา.........
ชีวิตที่เย็นชาของผม
ผมเกือบโดนรีไทร์เพราะเรื่องนี้
เกรดเทอมนั้นผมพอดีโปรต่ำ(ถ้าขาดไป0.01 โดนไล่ออก)
มันเศร้าโศก เสียใจ เจ็บปวด และ เหงา เหลือเกิน
สุดท้ายวันหนึ่ง
ผมจึง"ตัดใจ"
การตัดใจของผมดูป่าเถื่อนมากมาย
เพราะ
ผมใช้การ"ตัดขาด"จากเธอ
ไม่ยุ่งเกี่ยวอันใด เหมือนเธอไม่มีตัวตน
ผมทำได้
ผมกลับมาใช้ชีวิตใหม่
ไปเรียนซ่อมตอนซัมเม่อ
แล้วก็พยายามตั้งใจเรียน
ไม่ใช่เพื่อใคร
"เพื่อตัวเอง"
ผมเริ่มเรียนรู้หลายๆสิ่งหลายๆอย่าง
แนวความคิดของผมค่อยๆเปลี่ยนไป
ผมเริ่มคิดมากขึ้นกว่าเดิมมากมาย
ไม่คิดอะไรแค่ด้านเดียว
ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมฝึกจิตใจมากพอสมควร
พอขึ้นปี3 ผมก็ได้คบค้าสมาคมกับเพื่อนในภาคมากขึ้น
และคนอื่นๆ
ทำให้ผมได้สนิทสนมกับเพื่อนมากขึ้น
จนทุกวันนี้มีเพื่อนอย่างที่เป็นอยู่
ผมไม่ได้คุยกับเธออีกเลยตั้งแต่ปิดเทอมใหญ่ปี2
ผมเพิ่งจะติดต่อไปหาเธอเมื่อไม่นานมานี้
เพราะผมค้นพบสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง
สิ่งที่วันนั้นผมไม่เข้าใจ
นั้นคือเรื่องของความสัมพันธ์
การมีแฟนนั้น มันก็มีปัญหาในตัวของมัน
ทุกคนมีปัญหาในตัวตนของแต่ละคน
ผมคิดว่า "การมีแฟนมีปัญหามากมาย"
เธออาจจะเห็นตรงข้อนี้ก็ได้ จึงขอเป็นเพื่อน
เพื่อรู้จักกันให้มากไปกว่านี้
เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกันเอาไว้ก็เป็นได้
ผมจึง"ยอมรับ"ในวันที่ล่วงเลยวันที่เธอขอมาเกือบ2ปี
ผมเข้าใจ ในแบบของผม
และมัน
ก็ทำให้ผมได้เจอเธออีกครั้ง
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยตัดออกไป ดูเหมือนว่ามันจะเชื่อมกันอีกครั้ง ข้างในจิตใจของผม
ผมอาจจะรักเธออีกครั้งก็เป็นได้
แค่ครั้งนี้
ก็คงจะปล่อยมันไปไหลตามกาลเวลา ตามโชคชะตา ตามธรรมชาติ
หากผมและเธอต้องการกันและกันจริง
วันนั้นคงมาถึง
แม้ว่ามันอาจจะไม่มีวันนั้น
ผมและเธอก็ยังมีหนทางชีวิตของตนเองที่จะต้องเผชิญอยู่วันยังค่ำ
อนาคตยังอีกไกลหรือใกล้
ไม่อาจทราบได้
"เวลา"เองคงจะรู้กระมัง
............................
Who can say
where the road goes
Where the day flows
- only time
And who can say
if your love grows
As your heart chose
- only time
Who can say
why your heart sighs
As your love flies
- only time
And who can say
why your heart cries
when your love lies
- only time
Who can say
when the roads meet
That love might be
In your heart
And who can say
when the day sleeps
If the night keeps
all your heart
Night keeps all your heart
Who can say
if your love grows
As your heart chose
- only time
And who can say
where the road goes
Where the day flows
- only time
Who knows - only time...
Who knows - only time...
ป.ล. อยากได้เพลงนี้ลงชื่อเมลเอาไว้ จัดให้ในบัดดล